Saxon

posted on 21 Dec 2008 01:42 by rebirthera in Band-of-the-Week

คงมีวงดนตรีไม่กี่วงที่สามารถยืนหยัดเป็นเวลาถึง 30 ปีได้ ถ้าปราศจากอุดมการณ์ที่แน่วแน่และฐานแฟนเพลงที่คอยสนับสนุนตลอด Saxon คือหนึ่งในไม่กี่วงจากยุค NWOBHM ที่ทำได้เช่นนั้น แม้ว่าในเมืองไทยพวกเขาอาจจะไม่เป็นที่รู้จักซักเท่าไหร่ แต่ในต่างประเทศก็ถือว่าพวกเขามีความสำคัญในแวดวงนี้ไม่แพ้พวก Motorhead หรือ Iron Maiden เลย วันนี้เราดึงตัวแกนหลักของวงที่อยู่มากว่า 30 ปีอย่าง Peter "Biff" Byford มาพูดคุยถึงเรื่องราวในอัลบั้มใหม่ครบรอบ 30 ปีของวง ใครพร้อมแล้วเชิญอ่านได้เลยครับ

Q: หวัดดีครับ ลุงบิฟ เป็นไงบ้าง

A: สบายดี ขอบใจ

Q: ตอนนี้ลุงอยู่ไหนอะ ฝรั่งเศสป๊ะ

A: ใช่แล้ว

Q: เข้าเรื่องเลยนะ ชื่ออัลบั้มใหม่ มันสื่ออะไรถึงเพลงในอัลบั้มบ้างครับ

A: ไม่เลย!!! กร๊ากกกก~~ (ลุงๆๆ อย่ารั่ว - -") อ่า เข้าเรื่อง (เปลี่ยนอารมณ์เร็วมากลุง) คือลุงเป็นคนเขียนเพลง เขียนเนื้อ อะไรเงี๊ยะ โดยเฉพาะเพลงชื่อ Into The Labyrinth  ลุงชอบชื่อนี้มากเลยแต่ลุงทำมันไม่เสร็จอะดิ ก็เลยเอามาเป็นชื่ออัลบั้มแม่งเลย มันความหมายดีนะ เขาวงกต เขาวงกตแห่งชีวิต เขาวงกตแห่งอัลบั้ม เราไม่อยากให้คนโฟกัสไปที่เพลงๆเดียว เลยใช้ชื่อนี้ซึ่งมันบอกอะไรเป็นนัยๆได้ อ่อ อาร์ตเวิร์คก็แหล่มนะ ลุงชอบพวกศิลปะเซลติค ศาสนา อะไรทำนองนี้

Q: อืมช่าย มันดูดีนะผมว่างั้นเหมือนกัน ใช้คนวาดเดียวกับสองอัลบั้มที่แล้วปะลุง

A: ช่ายๆ คนเดียวกัน แต่ไม่ใช่กับชุดที่แล้วอะ ชุดที่แล้วมันคนรัสเซีย แต่คนนี้เป็นคนวาดให้กับอัลบั้มอย่าง Crusader และ Rock The Nation  และอื่นๆอีกนิดหน่อย แต่อาร์ตเวิร์คของซิงเกิลอะ เพื่อนลุงที่เป็นคนเยอรมันทำให้ แถมไอคนนี้เป็นคนทำหลายๆอย่างในเวบไซท์ของเราด้วย

Q: เจ๋งว่ะ แล้วลุงเริ่มทำอัลบั้มเมื่อไหร่ครับ

A: ในฤดูใบไม้ผลิอะ มันเสร็จเร็วมากเลยนะ เราเขียนเพลงในเดือนมกราและกุมภา จากนั้นมาอัดเสียงในเดือนมิถุนาและกรกฎา หรือถึงสิงหาเลยนี่แหละ จริงๆแล้วเราไปเล่นในงาน Sweden Rock จากนั้นไปต่อในเยอรมันเข้าๆออกๆ มันจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงอัดเสียงในเยอรมันทางเหนือ เพราะว่ามันง่ายต่อการเข้าและออกกลับมานั่นเอง ระหว่างนั้นเราก็เล่นในสวีเดนไปด้วย แล้วก็กลับเข้ามาอัดเพลงต่อ

Q: แล้วตอนเขียนเพลงอะ มีการทำงานยังไง นั่งพร้อมกับเล่นกีตาร์ป่าวลุง

A: เราก็มานั่งในห้อง เขียนเพลงไปพร้อมๆกัน แต่ละคนก็มีเครื่องดนตรีที่แตกต่างกันมา เช่นมือกีตาร์ก็จะมาพร้อมกับริฟฟ์เจ๋งๆอะไรอย่างนี้ คือเราทำงานเป็นทีม แต่แบ่งงานไม่เท่ากัน งงป้ะ เหมือนกับลุงเนี่ย จะเขียนเนื้อเพลงหมดเลย แล้วเขียนเมโลดี้เกือบทั้งหมด ลุงจะเขียนเมโลดี้ไปพร้อมๆเขียนเพลง ลุงว่ามันช่วยได้มากเลย เวลาทำสองอย่างไปพร้อมๆกัน

Q: ตอนลุงเขียนเพลงในอัลบั้มนี้อะ มีสักเท่าไหร่ที่เป็นไอเดียตกค้าง ของเก่า แล้วมีเท่าไหร่ที่เปนไอเดียสดใหม่ซิง

A: มีไอเดียเก่าแค่เพลงเดียวนะ เพลง Protects Yourselves เมื่อก่อนมันไม่ได้ชื่อนี้นะ มันชื่อ The Lair Of The White Wolf อย่าถามเลยว่ามันเกี่ยวกับอะไร มันแค่ไอเดียบ้าๆบอๆน่ะ แต่สุดท้ายลุงก็เอามาใช้โดยการเปลี่ยนชื่อเป็น Protect Yourselves เพราะระยะหลังลุงดูพวกหนังภัยพิบัติซะเยอะ เลยอยากตั้งชื่อว่าให้ระวังตัวเองไว้ กร๊ากกก~~~

Q: แล้วมีเอาพวกริฟฟ์เก่าๆที่ไมได้ใช้มาบ้างหรือเปล่าครับ

A: ไม่เลย ไม่แน่ๆ ลุงว่ามันน่าเบื่อว่ะที่เอาของเก่าๆมาใช้แบบนั้น ปกติก็จะพยายามหาไอเดียใหม่ๆมาตลอดแหละ มือกีตาร์มันก็ไม่ชอบตรงนี้มากเลย เพราะว่ามันเอาเทปที่เล่นไว้สองปีก่อนมาเปิดอีกครั้ง ลุงบอกว่า"สองปีก่อนกูไม่ชอบ ตอนนี้กูก็ไม่ชอบ" กร๊ากกก~~

Q : ชุดนี้ได้พี่ Charlie Bauerfiend มาเป็นโปรดิวเซอร์ แล้วเขามีส่วนช่วยอะไรในชุดนี้บ้างล่ะ

A : เอาอะไรมาน่ะหรอ ........ มันก็ดีนะที่ได้ Charlie มาเป็นโปรดิวเซอร์ เคยดุแลในส่วนต่างๆที่เราขาดตกบกพร่องให้ พวกเราเป็นวงที่ชอบเล่นสด ดังนั้นเพลงในสตูดิโอมันจึงออกมาในลักษณะสดๆดิบๆ ซาวด์ที่ออกมามันเลยฟังสดจนเกินไป ในส่วนของเพลง Charlie ไมได้มีส่วนร่วมในการเขียนเพลงมากนักหรอก แต่เขาจะมาช่วยปรับแต่งเพลงของเรา บางทีก้เสนอไอเดียใหม่ๆให้พวกเราด้วย เอาง่ายๆเลยเพลง Battalion of Fear ในตอนแรกพวกเราทดลองเอาคอรัสหญิงมาใส่ไว้ด้วย ซึ่งมันเป็นไอเดียที่มาจากวง Nightwish ซึ่งลุงว่ามันทำให้เพลงของพวกเราดูมีระดับขึ้นเยอะ

Q : เพลงบางเพลงในอัลบั้มใหม่เช่น Live to Rock ดูเหมือนจะมีซาวด์คลาสสิคของ Saxon รวมอยู่ด้วย แต่เพลงอย่าง  Battalion of Fear กลับเป็นเพลงที่สดใหม่ และทรงพลังมาก เผลอๆนี่อาจจะเป็นเพลงที่แรงที่สุดของวงเลย ลุงว่างั้นมั้ย

A : อืม จริงๆ เราพยายามรวมสไตล์ทั้ง 2 แบบเอาไว้ด้วยกันนะ ก็คือด้านที่เป็นร๊อคแอนด์โรลและด้านที่เป็นเฮฟวี่เมทัลหนักๆ มันว่าการผสมผสานเป้นสิ่งที่ดี อย่างน้อยมันก็ทำให้เราได้ซาวด์ใหม่ๆ ลุงไม่ชอบงานที่แบบเพลงแต่ละเพลงในอัลบั้มฟังออกมาเหมือนๆกันหมดว่ะ แต่ลุงชอบเพลงร๊อคกลิ่นบลูส์ และลุงก็ยังชอบเพลงเฮฟวี่หนักกระชากหัวเอ็งให้กระเจิงได้ ลุงว่าเรารวมทั้ง 2 สไตล์นั้นออกมาได้ดีนะ

Q : เสียงร้องในอัลบั้มนี้มันเจ๋งเหมือนเดิม ลุงมีวิธีรักษาเสียงยังไงหรอ เพราะผมฟังลุงเมื่อ  20 ปีก่อน เทียบกับตอนนี้ เสียงลุงก็ยังไม่ตกเลย แหล่มจิ๊ง

A : อ่า ไม่รู้ว่ะ คงเป็นความชอบมั้ง ลุงชอบร้องเพลง ชอบฝึกฝนเสียงตัวเองไปเรื่อยๆ เพื่อหาทริคในการร้องเพลงใหม่ๆมากมาย เอาจริงๆคือลุงก็ไม่รู้ว่ะ แต่อาจจะเป็นเพราะว่าลุงไม่พี้ยามั้ง แล้วลุงก็ดูแลเสียงอย่างสม่ำเสมอด้วย ไม่เหมือนนักร้องบางคนที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้เลย ชิท

Q : ได้ข่าวว่าลุงไปเล่นละครเป็น King Arthur ด้วยหรอ ไปมายังไงเนี่ย

A : กร๊ากก~~ เพื่อนลุงที่อยู่ที่สเปนมันเป็นแฟนของวงเราว่ะ ซึ่งเขาเป็นผู้กำกับด้วย เขาเลยถามลุงว่าสนใจเล่นเป็น King Arthur มั้ย มันหมายถึงอาเธอร์ตอนแก่นะ ซึ่งลุงก็ว่ามันเจ๋งดีเหมือนกัน แถมลุงยังได้เรียนรู้ภาษาลาตินด้วย

Q : แล้วถ้ามีโอกาสจะไปเล่นหนังอีกมั้ย

A : แน่นอน ถ้ามีเวลาว่างลุงก็อยากทำอีก ลุงชอบการแสดงนะ ก็เหมือนการที่ลุงเป็นฟรอนท์แมนนั่น่ละ แต่ลุงคงไม่หล่อขนาดไปแสดงบทรักโรแมนติกได้หรอก

Q: เออ แล้วโลโก้วงอะลุง แหล่มมากเลย ใครคิดวะเนี่ย

A: โลโก้ดั้งเดิมอะเรอะ ก็หนุ่มๆจากยอร์คเชียร์น่ะ พวกเขาเป็นเหมือนกับคนออกแบบกราฟฟิก อะไรทำนองเนี่ย ให้กับบริษัท ตอนแรกเกือบจะได้ใช้ละ เพราะลุงไม่ปลื้ม แต่พอเอามากลับมาใช้ มันก้เป็นที่รู้จักจนทุกวันนี้

Q: ขอกลับมาตรงนี้อีกรอบ ลุงอยู่แค่ในฝรั่งเศสเหรอ เหรอว่าอยู่ในอังกฤษด้วย

A: ไม่ๆ ลุงอยู่แต่ฝรั่งเศสแค่นั้นแหละ บางครั้งอาจจะกลับไปอังกฤษบ้าง เช่นปีหน้าเนี่ยแหละ

Q: ได้กลับไปบาร์นสลี่ย์บ้างป่ะ (ชื่อเมืองในอังกฤษ)

A: โอ้ว เยส ตอนไปทัวร์กับมอเตอร์เฮดไง จริงๆ ลุงไม่ได้เกิดที่นั่นนะ เกิดแถวภูเขาน่ะ เพื่อนเก่าลุงที่นั่นแหล่มมากเลย พวกเขานิสัยดีนะ

Q: แต่ลุงก็เป็นคนเดียวที่ได้มาเล่นดนตรี

A: แม่นแล้ว

Q: จะมีโชว์ในสวีเดนใช่มะ ในสตอคโฮล์มอะ

A: ใช่ๆ เราจะมีโชว์ที่นั่นในเดือนกุมภาที่จะถึง จริงๆเราอยากเล่นให้มากๆนะ แต่ว่าสมาชิกบางคนก็มีงานต้องทำ เลยอยู่นานไม่ได้

Q: เซทลิสต์ล่ะ เป็นไงบ้างครับ

A: อ๊ะแน่นอน มันต้องมาจากอัลบั้มใหม่บางส่วนอยู่แล้ว ตอนนี้พูดได้แค่นี้ล่ะ แต่คราวก่อนที่ไปสวีเดน มันประสบความสำเร็จพอสมควรเลยนะ คนซื้อบัตรเข้ามาดูเยอะมาก

Q: คาวระ เอ้ย คารวะพันจอกเลยลุงบิฟ ขอบคุณที่มาตอบคำถามผมนะ

A: ไม่เป็นไรหรอก หวังว่าจะเจอเอ็งในสวีเดนนะ

Comment

Comment:

Tweet

Recommend