Hammerfall (2009)

posted on 21 Feb 2009 16:15 by rebirthera in Band-of-the-Week

 

กลับมาเป็นวงประจำสัปดาห์อีกครั้ง สำหรับวงขุนค้อน Hammerfall เพราะนาทีนี้คงไม่มีวงไหนโดดเด่นกว่านี้อีกแล้ว เมื่อเร็วๆนี้พวกเขาเพิ่งออกอัลบั้มใหม่อย่าง No Sacrifice, No Victory พร้อมกับการวาดลวดลายบนเส้นลวดของ Pontus Norgren ตัวแทนของ Stefan ที่อยู่กับวงมาตั้งแต่ยุคแรก คงไม่มีโอกาสไหนเหมาะเท่าโอกาสนี้แล้วที่เราจะไปพูดคุยกับเหล่าขุนค้อนกันอีกครั้ง เชิญทัศนาได้เลยครับ

Q: ก่อนเราจะเข้าเรื่องอัลบั้มใหม่นะ มันมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่อัลบั้มที่แล้ว Threshold วงคุณมีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกนี่ เอาละ มาบอกเราหน่อยว่าทำไมแมคนัสมันถึงออกจากวงไป

A: แมคนัสมันอยู่กับเรามาสิบปีแล้ว และถ้าคุณทำอะไรด้วยกันนานๆมันก็จะรู้ว่าเราจะโตขึ้นโดยที่ยังใกล้ชิดกันหรือโตขึ้นแล้วแยกทางกัน เราก็เป็นอย่างหลังนั่นแหละ เราที่เหลือมีความเห็นไม่ตรงกันกับเขาอะนะ บุคลิกของเขามันค่อนข้างจะต่างกับเราอยู่เหมือนกัน

Q: ผมเข้าใจนะ เพราะพวกคุณต้องการที่จะฉุดนรกขึ้นมาและทำเรื่องสนุกๆแผลงๆกัน ด้วยความเคารพนะ ก็ไอเรื่องบ้าๆที่เราเห็นในดีวีดีนั่นแหละ แต่แมคนัสมันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนั้นเลย

A: เหะๆ คุณพูดมาถูกแล้วเรื่องที่เราขุดนรกขึ้นมา และก็ถูกอีกในเรื่องของแมคนัส เขาไม่เป็นอย่างนั้นเลยและคิดว่าเราแม่งเหมือนเด็ก อ่านะ ก็อาจจะเป็นงั้นบางครั้ง แต่ถึงเราจะสนุกสนานกันแต่สุดท้ายแล้วมันก็เป็นแค่บุคลิกของเรา ดังนั้นผมว่าแยกกันเราจะมีความสุขกันทั้งสองฝ่ายอะ

Q: เจอแมคนัสบ้างมั๊ย หลังจากแยกกันไป

A: ไม่บ่อยนะ ผมวิ่งไปหาเขาครั้งนึงและเราก็คุยกัน เราก็ไม่มีอะไรคาใจกัน มันเป็นเพราะว่าเราชอบอะไรไม่เหมือนกันมากกว่า

Q:แน่นอน รู้กันดีว่าแมคนัสเป็นมือเบสที่เจ๋งสุดๆคนนึง และการแสดงสดของเขามันก็ต้องเป็นอะไรที่ต้องดูให้ได้เลย แต่คุณได้เฟดดริกกลับมานี่ มันเป็นอะไรที่วิเศษจริงๆ!!

A: ผมไม่เคยสงสัยเลยว่าทำไมสำหรับเฟดดริกแล้ว แฮมเมอร์ฟอลล์จึงเป็นวงที่ดีกว่า เขาเป็นส่วนผสมทางเคมีที่ลงตัวกับ แอนเดอร์ (โยฮันสัน) สำหรับภาคริทึ่มเลยทีเดียว แมคนั่นเป็นมือเบสที่เล่นเร็วได้สุดยอดและเขายังเล่นแบบฟิงเกอร์สไตล์อีกด้วย เฟดดริกเล่นด้วยปิ๊กซึ่งทำให้ฟังดูมีพลังกว่า และนั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่าคุณจะได้ยินในอัลบั้มใหม่ของพวกเรา

Q: ผมเห็นด้วยกับข้อนั้น แต่มือกีตาร์สเตฟานก็มาแยกทางกับวงซะอีก มันเกิดขึ้นได้อย่างไร

A: สเตฟานแกทำงานให้กองทัพอากาศมาหลายปีแล้วแหละ แต่แกก็ยังเรียนหนักอยู่เพื่อที่จะได้ขึ้นตำแหน่งที่สูงกว่าและได้ขับเครื่องบินที่ใหญ่และแข็งแกร่งกว่ามากๆ แน่นอนว่าเรารู้ว่านั่นเป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่ของแกและแกก็อยากจะเป็นนักบินอาชีพอยู่ด้วย ผมว่าแกก็เห็นด้วยนะที่เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เราคาดไว้ แกได้งานที่ดีมากๆซึ่งแกไม่เคยคาดคิดมาก่อนดังนั้นแกเลยตอบตกลงทันที แกได้ทำตามฝันที่แกจะเป็นนักดนตรีอาชีพและท่องไปรอบโลกแล้ว ตอนนี้ก็ได้เวลาแล้วล่ะที่จะทำตามความฝันที่จะเป็นนักบิน เราหวังว่านั่นจะเป็นทางเลือกที่ดีกับแกนะ แต่อย่างไรก็ตามมันก็ดีสำหรับเราเหมือนกันเพราะเราได้คนอย่างพอนตัสมาร่วมวง เขานำพลังงานที่สดใหม่และน่าตื่นเต้นมาสู่วง เขาต่างจากสเตฟานโดยสิ้นเชิง พวกเขาทั้งคู่เป็นคนเก่ง แต่พอนตัสมีโทนและพลังงานที่ต่างออกไป ผมมั่นใจว่าตอนนี้วงเราแข็งแกร่งสุดๆเลยละ

Q: ผมเห็นด้วยพอนตัสมีซาวนด์ที่ต่างออกไป ซึ่งมันดูใสกว่ามากจากที่ได้ฟังงานชุดใหม่ โดยเฉพาะท่อนโซโล่อะ มันก็ยังเป็นแฮมเมอร์ฟอลล์นะ แต่แตกต่างกันออกไปนิดหน่อย (ผู้แปลเห็นด้วยครับ)

A: ถูกต้องนะคร้าบ พอนตัสเขาระดับโลกอยู่แล้ว เอ่อ ผมไม่ได้บอกว่าสเตฟานห่วยแตกนะ แต่ในเรื่องระดับของนักดนตรีมันมีข้อแตกต่างกันอยู่ พอนตัสเขาเรียนมาจากโรงเรียนดนตรีและฝึกดนตรีคลาสสิคมา เขาเคยเป็นซาวนด์เทคนิเชี่ยนให้กับหลายๆวงอีกด้วย เขาฝึกร้องเพลงคลาสสิคมาเหมือนกัน เอาง่ายๆ เขาแหล่มว่ะ!

Q: แล้วเขาบ้าเหมือนพวกคุณเปล่าวะ หรือมีอะไรบ้าๆบ้างมั๊ย

A: กร๊ากๆๆๆ เราต้องเอามันออกมาจากตัวเขาว่ะ ลองให้เบียร์เขาสักสองขวดสิ รับรองแม่งไม่อยู่นิ่งเลย (เบียร์หรือยาบ้าครับพี่)

Q: No Sacrifice, No Victory เป็นอัลบั้มแรกของวงในรอบสิบปีที่มีไลน์อัพที่ต่างกันออกไป เฟดดริกกับพอนตัสมีส่วนในการเขียนเพลงหรือเปล่า

A: ไม่มากนะ เฟรดมันไม่มายุ่งเลยอะ แต่พอนตัสมันมาทำเพลงบรรเลง มันก็ไม่เป็นปัญหานะ เพราะทำงานร่วมกับเขานี่ก็แหล่มสุดๆแล้ว

Q: คุณต้องทำงานกับนักดนตรีคนใหม่ซึ่งมีสไตล์เป็นของตัวเอง รู้สึกกดดันระหว่างทำอัลบั้มใหม่หรือเปล่า ผมหมายถึงต้องเก็บไว้ในใจหรือเปล่าเวลาเห็นเขากำหนดทิศทางของเพลงอะไรแบบนี้

A: ผมรู้ว่าคุณจะถามอะไร ผมเล่นกับสเตฟานมาสิบเอ็ดปีและมั่นใจในสิ่งทีเราเล่นมาด้วยกัน กับพอนตัสผมต้องมาคิดอีกทีและเขาก็มีความทะเยอทะยานที่จะพัฒนาฝีมืออยู่มากๆ ดังนั้นผมเลยเก็บมันไว้ในใจ ก็ประมาณว่า โซโล่มันยาวไป แต่ผมอยากให้พอนตัสมีโอกาสแสดงให้เราดู ดังนั้นถ้าโซโล่มันจะยาวไปกว่าที่เราเคยทำ มันก็ฟังดูแตกต่างดีนะผมว่า

Q: พูดถึงซาวนด์อัลบั้มใหม่หน่อย ใน Threshold คุณกลับไปทำซาวนด์แบบอัลบั้ม Legacy Of Kings อีกครั้ง ความเห็นส่วนตัวผมนะ ผมชอบมาก แต่ในอัลบั้มนี้ มันออกไปทางอัลบั้ม Chapter V ว่ะ ผมหมายถึงแฮมเมอร์ฟอลล์มันจะมีกลิ่นอายยุค 80 ในดนตรี แต่ใน Chapter V มันหนักไปทาง Accept กับ UDO มากขึ้น

A: อืม เราก็ไม่ได้คิดไรกันขนาดนั้นหรอก คุณเลือกซาวนด์ได้นะว่าจะให้มันไปทิศทางไหน แต่โปรดิวเซอร์ชาร์ลีก็หาซาวนด์ที่เราต้องการออกมาได้ มันยากทีจะบรรยายซาวนด์ที่เราต้องการ แต่เขาก็เข้าใจเราดี

Q: ถ้าคุณลองมองตัวเองแล้วย้อนกลับไปตอนอัลบั้ม Glory To The Brave มันมีอะไรต่างกันบ้างกับตอนนี้

A: ถ้าเอาสิ่งที่เหมือนเดิมก็คือความรักที่ผมมีให้ดนตรี ดนตรีมันเป็นอะไรที่ส่วนตัวมากและเป้นอะไรที่ออกมาจากภายใน ดังนั้นถ้าคุญเปลี่ยนไปเป็นคนละคนกับตอนแรกที่คุณเริ่มเล่นดนตรี แน่นอนว่าซาวนด์ของคุณก็ต้องเปลี่ยนไป เราทำอัลบั้มนั้นตั้งแต่สิบสองปีที่แล้ว ถึงตอนนี้เราก้ต้องเปลี่ยนไปบ้างแหละ คือชุดนั้นมันก็ดีในช่วงเวลานั้น ถ้าเราไม่เติบโตขึ้นในฐานะนักดนตรี ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำอัลบั้ใหม่ ดังนั้นเรจึงพยายามทำอัลบั้มใหม่โดยที่เรียนรู้ความผิดพลาดจากอัลบั้มเก่าและทำอะไรที่แตกต่างออกไปบ้าง

Q: ตอนแรกที่คุณฟอร์มวงขึ้นมาเป็นเทรดดิชั่นแนลเฮฟวี่เมทัล ซึ่งมันไม่เหมือนกันกับวันนี้เลย วันนี้ผมว่าแฮมเมอร์ฟอลล์เป็นผู้บุกเบิกเฮฟวี่เมทัลยุคที่ 2 จะว่างั้นได้มะ

A: ผมตั้งวงในปี 1993 และไม่คิดว่ามันจะเป็นเหมือนที่เราเป็นตอนนี้เลย ความคิดที่จะเล่นเฮฟวี่เมทัลไม่ได้หายไปไหน แต่เฮฟวี่เมทัลมันก็ไม่ใช่ดนตรีที่ได้รับความนิยมหรอก เราจึงต้องสู้กันหนักมาก คนอาจจะหัวเราะใส่เราแต่เราก็ไม่สนใจอะไรนะตอนนั้น เพราะว่าผมได้ทำสิ่งที่ผมตั้งใจจะทำให้มันออกมาเป็นแบบนี้แล้ว สิ่งที่เราได้รับมาทั้งหมดทำให้เรามีวันนี้ได้ ถ้าผมยังมีไฟผมก็จะแผดเผาออกมาเป็นดนตรีเมทัลที่เราเล่นนี่แหละ

Q: คุณบอกว่าคุณต้องต่อสู้อย่างหนักในตอนเริ่ม แต่ตอนนี้แฮมเมอร์ฟอลล์เป็นชื่อที่โด่งดังในแวดวงเฮฟวี่และเพาเวอร์เมทัล แล้วคุณยังคิดว่าต้องสู้เพื่อให้วงอยู่รอดต่อไปอีกหรือเปล่า

A: ไม่ต้องหนักมากหรอกที่จะรักษามันเอาไว้ แต่ก็จะมีคนที่คุณต้องทำเพื่อพวกเขาอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะตอนออกอัลบั้มใหม่ ตอนนี้คนชอบเพลงของเราเป็นจำนวนมาก แต่ไม่กล้าแสดงออก เพราะกลัวคนอื่นหาว่าอย่าโน้นอย่างนี้ มันน่าเศร้านะ แต่คุณก็ทำอะไรไมได้หรอก

Q: ที่ผมต้องถามคุณแน่ๆอีกอย่างก็คือทำไมคุณเลือกคัฟเวอร์เพลง My Sharona ของ The Knacks วะ ผมหมายถึงนี่มันเป็นเพลงทีจัญไรที่สุดเลยเพลงนึงในประวัติศาสตร์ดนตรี ตามความคิดผมนะ

A: กร๊าก นี่แปลว่าคุณก็ไม่ชอบเวอร์ชั่นของเราใช่ไหม ผมว่ามันเป็นเพลงดีจริงๆนะและเราก็พยายามแปลงมันเป็นซาวนด์เฮฟวี่เมทัล เราชอบมันมากเลยนะ มันเป็นเพลงธรรมดาๆและไม่มีอะไรพิเศษเลยสักนิด แต่มันเป็นเพลงที่มหัศจรรย์ในบางเหตุผลของมันเอง ผมต้องการที่จะทำมันให้เป็นแบบนี้ บางทีอาจจะเป็นเพลงที่ฮาที่สุดที่ผมทำมาเลยก็ได้ ในความเห็นผมนะ ถ้าเพลงมันดี มันก็ไม่จำเป้นว่าต้องเป้นแนวอะไรหรอก เราก็เอามาเปลี่ยนเป็นเฮฟวี่เมทัลซะก็สิ้นเรื่อง

Q: สมาชิกวงคุณหลายคนมีโซโล่อัลบั้ม แต่ในความเห็นของผม คุณกับโยอาคิมเป็นแกนหลักของวง แล้วคุณเคยมีอัลบั้มเดี่ยวกับเค้ามั๊ยวะ

A: ไม่จำเป็นสำหรับผมเลย ผมได้ทุกอย่างที่ต้องการจากแฮมเมอร์ฟอลล์หมดแล้ว แต่ผมก็จะเอามาคิดดูนะ ถ้ามีคนต้องการมันจริงๆ

Q: มาสคอตต์วงคุณ อีตาเฮกเตอร์เนี่ย มีปีกที่เติบโตขึ้นนะตั้งแต่ดีวีดีชุดที่แล้วอะ เท่จริงๆเลยว่ะ มันมาได้ไงเนี่ย

A: ฮะฮะ ผมไม่รู้ ผมคิดว่าตาแซมเวส คนวาดปกเนี่ยต้องมีไอเดียดีๆแน่แล้วโยอาคิมก็ชอบมันมาก แล้วทำไมผมต้องปฏิเสธละ มันดูเท่ดีออก

Q: คุณว่าอัลบั้มเฮฟวี่เมทัลที่อภิมหาโคตรสุดยอดเนี่ยมันมีหรือเปล่า

A: นึกออกสองชุดที่ใกล้ๆก็มี Balls To The Wall ของเอคเซป และ PainKiller ของจูดาสพรีสต์ แต่มันก็ไม่ขนาดโคตรเทพแบบนั้นหรอก ผมหวังแค่ว่าอัลบั้มนี้ของเราจะเป็นอัลบั้มหนึ่งในนั้น เพราะมันน่าจะใกล้กับ Balls To The Wall ผมภูมิใจมากเลยที่ทำอัลบั้มนี้ออกมา และผมว่าตอนนี้เราก้าวไปอีกขั้นแล้วล่ะ

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณสำหรับบทสัมภาษณ์ครับ

#1 By Wech (58.64.94.137) on 2009-02-26 20:55

Recommend