DragonForce Special

posted on 24 Mar 2009 11:34 by rebirthera in Special

ใครจะนึกล่ะครับว่าไอ้วงเพาเวอร์เพี้ยนๆวงนี้มันจะกลับมาเยือนประเทศไทยอีกเป็นครั้งที่ 3 ทั้งที่คอนเสิร์ตเมื่อ 2 ครั้งที่ผ่านมาก็ไม่มีวี่แววว่าจะชวนให้วงกลับมาเล่นอีก ไม่ว่าจะเป็นจำนวนคนดูที่น้อย ระบบเสียง การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนดูกับนักดนตรี ล้วนเป็นตัวบ่งชี้ที่บอกว่าทางวงไม่น่ากลับมา แต่การมีครั้งที่ 3 แสดงว่าวงมันคงติดใจอะไรบางอย่างของประเทศนี้ ซึ่งถือว่านี่เป็นการวัดใจของแฟนเพลงชาวไทยอีกครั้ง ผมเชื่อครับว่าตอนนี้ไม่มีใครไม่รู้จักวงนี้ คอลัมนี้คงไม่กล่าวถึประวัติของวงแต่จะกล่าวถึงอะไรปลีกย่อยที่คุณไม่รู้หรือรู้อยู่แล้วของวงดนตรีบ้าพลังที่ชื่อว่า DragonForce

DragonForce Album

DragonHeart  - Valley of the Damned [Demo] (2000)

1. Valley Of The Damned    
2. Revelations    
3. Starfire    
4. Black Winter Night    
5. Disciples of Babylon

ก่อนจะมีวงชื่อ DragonForce ทางวงก็เคยออกเดโมในชื่อวง Dragonheart มาก่อน โดยเดโมนี้ถูกปล่อยให้ดาวโหลดผ่านทาง www.mp3.com ซึ่งทำยอดดาวโหลดไปได้มหาศาลก่อนที่จะทำให้วงได้เซ้นสัญญาออกอัลบั้มกับทาง Sanctuary เพลงในเดโมตัวนี้ทุกเพลงถูกนำไปใส่ไว้ในอัลบั้มเต็มชุดแรก โดยมีการปรับปรุงซาวด์ให้คมชัดขึน อย่างไรก็ตามมีพ่อค้าหัวเสบางคนนำอัลบั้มที่ดาวโหลดมาทำอัลบั้มขาย ดังนั้นอย่าซื้อนะครับ

DragonForce - Valley of the Damned (2003)

1. Invocation of the Apocalyptic Evil    
2. Valley of the Damned เป็นเพลงที่ทางวงมักหยิบมาเล่นในโชว์ทุกครั้ง    
3. Black Fire  เพลงที่เร็วที่สุดในอัลบั้มและมักหยิบเอามาเล่นในใชว์    
4. Black Winter Night เพลงที่ทางวงหยิบเอามาเล่นในโชว์ แต่ในทัวร์อัลบั้มใหม่ ไม่เห็นเพลงนี้อยุ่ในเซตลิสต์    
5. Starfire  เพลงบัลลาดเพลงแรกของวง    
6. Disciples of Babylon เพลงนี้ถูกหยิบเอามาเล่นในโชว์แรกของวง ปัจจุบันนี้ไม่น่าเอามาเล่นแล้ว    
7. Revelations    
8. Evening Star    
9. Heart of a Dragon เพลงที่มักถูกเอามาเล่นในทุกโชว์ของวง แต่ล่าสุดไม่เห็นเพลงนี้ในเซตลิสต์แล้ว

อัลบั้มเต็มชุดแรกหลังจากเปลี่ยนชื่อวงเป็น DragonForce เพราะชื่อเก่าดันไปซ้ำกับวงเพาเวอร์จากบราซิลเข้า Valley of the Damned น่าจะเป็นอัลบั้มที่มีความเป็นเพาเวอร์เมทัลแบบดั้งเดิมมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นปกที่สื่อออกไปทางนักรบ หรือเพลงที่ยังรักษาไว้ซึ่งเมโลดี้ที่ติดหูง่ายกว่าอัลบั้มที่ผ่านๆมา เพลงเด็ดอัดแน่นอยู่ในอัลบั้มเพียบ ไลน์อัพตอนนี้ DragonnForce ยังไม่มีมือเบสเป็นตัวเป็นตน รวมถึงกลงซึ่งตีโดย Didier Almouzn แม้ซาวด์ในอัลบั้มนี้จะอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างแย่ แต่มันก็ทำให้แฟนเพลงเมทัลจากทั่วโลกสัมผัสความเร็วนรกแตกของวงนี้กันไปแล้ว และทำให้ชื่อของ Herman Li มือกีตาร์หน้าตี๋ประจำวงถูกจับตามองว่าจะยิ่งใหญ่ในอนาคต

DragonForce - Sonic Firestorm (2004)

1. My Spirit Will Go On เพลงแรกที่ถูกหยิบมาเล่นก่อนที่อัลบั้มนี้จะออก และหยิบเอามาเล่นในไทยด้วย    
2. Fury of the Storm  เพลงที่ถูกหยิบมาเล่นแทบจะทุกโชว์ของวง แต่โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบเพลงนี้เลย    
3. Fields of Despair    
4. Dawn Over a New World  เพลงบัลลาดเพลงที่ 2  วางตำแหน่งเดียวกับ Star Fire ในอัลบั้มที่แล้ว    
5. Above the Winter Moonlight    
6. Soldiers of the Wasteland    
7. Prepare for War  เพลงที่ถูกหยิบมาเล่นบ่อยๆในโชว์ แต่ล่าสุดไม่เห็นเพลงนี้ในเซตลิสต์แล้ว    
8. Once in a Lifetime เพลงโปรดของแฟนๆทั่วโลกเพลงนึง แต่เหมือนทางวงไม่ค่อยหยิบมาเล่นเลย

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงจากอัลบั้มที่แล้ว ทางวงก็ไม่รอช้าเข็นอัลบั้มชุดที่ 2 ตามมาติดๆ แม้ว่าจะโดนนักวิจารณ์หลายสับเละว่าพวกเขาทำงานย่ำอยู่กับที่ ไม่ว่าจะเปนเรื่องการเรียงตำแหน่งเพลงในอัลบั้มที่เหมือนเอาเพลงในอัลบั้มแรกมาปรับแต่งใหม่ให้ไฉไลขึ้น และเนื้อร้องที่ยังคงวนอยู่กับเรื่องเดิมๆ แต่สิ่งที่ชัดเจนขึ้นในอัลบั้มนี้คือแนวทางของวงที่มุ่งนำเสนอแต่เพลงเร็วๆเท่านั้น ทำให้อัลบั้มนี้ถือว่าเร็วๆสุดๆและแรงสุดๆสำหรับแนวเพาเวอร์เมทัล แถมยังได้ Dave Mackintosh จากวงแบล็ค Bla-Sagoth มาเสียบในตำแหน่งกลองเพิ่มความรุนแรงเข้าไปอีกขั้น

DragonForce - Inhuman Rampage (2006)

1. Through the Fire and Flames กลายเป็นเพลงชาติของวงไปแล้ว ถ้าไม่เล่นคงมีจารจลแหง

 

 
2. Revolution Deathsquad   อีก 1 เพลงที่นิยมขนมาเล่นในโชว์อยู่บ่อยๆ          
3. Storming the Burning Fields    
4. Operation Ground and Pound  ซิงเกิลที่ 2 พร้อมมิวสิควิดีโอโคตรอลังการ    
5. Body Breakdown อีกเพลงที่ถูกขนมาเล่นตอนโชว์โปรโมตอัลบั้มนี้ แต่ตอนนี้ ไม่เห็นในเซตลิสต์แล้ว    
6. Cry for Eternity    
7. The Flame of Youth    
8. Trail of Broken Hearts เพลงบัลลาดที่ดังที่สุดของวง และมักถูกเอามาเล่นในทุกโชว์

กลับมาอีกครั้งด้วยพลังที่มากขึ้น และนี่คืออัลบั้มที่หนักที่สุดของ DragonForce แน่นอน เพลงแต่ละเพลงมีสเกลแน่นเอี๊ยดไม่เว้นช่องว่างให้หายใจ ตอกย้ำแนวทางของทางที่นับวันจะทวีความโหดขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้มันดังข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงอเมริกา จนสังกัดยักษ์อย่าง Roadrunner ตะครุบตัวไป และออกอัลบั้ม  Inhuman Rampage ในแบบเพิ่มเพลงและเปลี่ยนปก สำหรับแฟนเพลงในสหรัฐอเมริกาด้วย เป็นอัลบั้มเปิดตัวสู่โลกกว้างของทางวงอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังเอาเพลงบัลลาดไปไว้เป็นเพลงสุดท้ายเพื่อล้างหูผู้ฟังไปในตัว และหลังจากออกอัลบั้มนี้ทางวงก้ได้มือเบสถาวรนั่นคือ Frédéric Leclercq

DragonForce - Ultra Beatdown (2008)

1. Heroes of Our Times  ซิงเกิลแรกของอัลบั้มนี้ ที่น่าจะถูกเอามาเล่นเป็นเพลงเปิดโชว์    
2. The Fire Still Burns  น่าจะเป็นเพลงที่ถูกนำมาเล่นต่อจากเพลงแรกในโชว์นี้    
3. Reasons to Live  เพลงที่ใส่กลิ่นอายแบบเดธเมทัลลงไปอย่างชัดเจนและน่าจะถูกเอามาเล่นในโชว์ที่จะมีขึ้น    
4. Heartbreak Armageddon เพลงที่โจ๊ะที่สุดของวงชุดนี้ และน่าจะถูกตัดเป็นซิงเกิลที่ 2    
5. The Last Journey Home เป็นเพลงที่สุขุมนุ่มลึกที่สุดตั้งแต่วงเคยทำมา มีตั้งแต่พาร์ทหวานๆไปจนเร็วสุดๆ    
6. A Flame for Freedom  เพลงบัลลาดที่น่าจะหนักหน่วงที่สุดตั้งแต่วงเคยทำมา    
7. Inside the Winter Storm เพลงที่มีความเป็นโปรเกรซซีฟมากที่สุด ทั้งเร็วแรงและสวยงาม    
8. The Warrior Inside แค่อินโทรเพลงนี้ก็ชวนอมยิ้มแล้ว ลองไปฟังดู

แม้มีแฟนเพลงหลายคนเริ่มเบื่อกับการที่พวกเขาเน้นเล่นเร็วมากๆแล้ว ทางวงจึงต้องทำการบ้านกันหนักหน่อย อัลบั้มนี้ลดความบ้าระห่ำแบบตรงไปตรงมาลงแล้วหันมาสร้างซาวด์ที่แปลกกว่าเดิม การเรียบเรียงซับซ้อนในแบบโปรเกรซซีฟ สำเนียงโหดแบบเดธเมทัล พาร์ทซิมโฟนิคอลังการ รวมไปถึงซาวด์จากเกมส์ 8 บิท ทางวงนำส่วนผสมเหล่านี้มายำใหญ่ใส่ไม่ยั้งจนกลายออกมาเป็นงานชิ้นเอก สำหรับผมแล้วชุดนี้คืองานที่ดีที่สุดตั้งแต่วงเคยทำมา นอกจากนี้ทางสังกัด Roadrun ยังโปรโมตกันสุดๆด้วยการออกอัลบั้มถึง 3 เวอร์ชั่นไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นธรรมดา (8 เพลง) เวอร์ชั่น Special Edition (10 เพลง + DVD) และเวอร์ชั่นแผ่นญี่ปุ่น (11 เพลง) ให้เลือกตามใจ ระบบเสียงหายห่วงเพราะลงทุนมาสเตอรืกันที่ Finnvox Studio ซึ่งเป็นสตูดิโอขึ้นชื่อของแนวนี้อยู่แล้ว 

Associate with DragonForce

Demoniac

วงแบล็คเมทัลจากนิวซีแลนด์ แกนนำหลักของวงคือ Heimdall หรือที่เรารู้จักกันว่า Sam Totman !!! และLindsay "Behemoth" Dawson มือเบส/ร้องนำของวง ซึ่งหลังจากที่ Demoniac ยุบวงไปเขาก็มีส่วนร่วมร้องเสียงสำรอกในอัลบั้ม Inhuman Rampage แรกเริ่มเดิมทีวงเล่นเพลงในแนวแบล็คเมทัล แต่ภายหลังจึงค่อยเปลี่ยนสไตล์ออกไปทางเพาเวอร์เมทัลแต่ยังคงไว้ซึ่งดนตรีในแบบแบล็คเมทัลอยู่ จนตอนหลังได้มือกีตาร์นาม Herman "Shred" Li เข้ามาเสริมทัพในอัลบั้มชุดสุดท้าย "The Fire and the Wind." แซมจึงตัดสินใจยุบวงและเริ่มต้นทำวงใหม่ในนาม DragonHeart ปัจจุบันนี้งานของ Demoniac ถือว่าหายากมากๆแล้ว ถือว่าเป็นของสะสมสำหรับแฟนเพลงของ DragonForce อย่างหนึ่งเลยทีเดียว

Shadow Warriors

โปรเจคสุดเพี้ยนของนาย Sam ที่หยิบเอานินจามาใช้เป็นธีมหลักของเพลง ออกเดโมแรกคือ Power of the Ninja Sword เพลงเปิดอัลบั้มอย่าง Feel The Fire ถูกนำมาบันทึกเสียงใหม่อีกครั้งและเปลี่ยนชื่อเป็น Strike of the Ninja เป็นโบนัสแทรคที่ 9 ของอัลบั้ม Ultra Beatdown สมาชิกมีเสียง 2 คนคือ Akimo (Sam Totman) ที่เล่นเครื่องดนตรีเองหมดทุกชิ้น ส่วนนักร้องคือ Haoki (ZP Theart) ส่วนในตำแหน่งกลองนั้น Sam ใช้ดรัมแมชชีนทำขึ้น เสียงเลยออกมาแปลกๆ ตัวเพลงเป้นส่วนผสมของ Power Metal, Punk Rock และซาวด์แบบ 8 บิท ปัจจุบันนี้  Shadow Warriors อยู่ในสภาพพักวง แต่วันดีคืนดีนาย Sam อาจจะหยิบมันมาปัดฝุ่นเพื่อทำเป็นวงขึ้นมาจริงๆก็ได้ ดังนั้น Stay Tune !!

 

10 Facts, You need to know about Force

1. แม้ DragonForce จะเป็นวงสัญชาติอังกฤษแต่ความจริงแล้วมีแค่ Dave Mackintosh กับ Sam Totman เท่านั้นที่เป็นคนอังกฤษ แถม Sam เองก็ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ของเขาอยู่ใน New Zealand

2. Frédéric Leclercq มือเบสคนปัจจุบนของ DragonForce ก่อนหน้านี้เคยเล่นกีตาร์ให้กับวง Heavenly จากฝรั่งเศส

3. Sam และ ZP Theart เคยมีส่วนร่วมในเดโมแรกของวง Power Quest ในปี 2001

4. นอกจาก Herman Li จะเล่นกีตาร์เร็วแล้วเขายังฝึกฝน จิน จิตสู เป้นประจำอีกด้วย ดังนั้นใครดูถูกกีตาร์ที่เขาเล่นอาจจะเจอล๊อคคอหักได้

5. ทราบหรือไม่ว่า Vadim เล่นกีตาร์ได้ดีพอๆกับเล่นคีย์บอร์ดเลยทีเดียว ตกลงแกยังเป็นมนุษย์หรือเปล่า?

6. จริงๆ DragonForce มีสมาชิกคนที่ 7 ด้วย นั่นคือ Clive Nolan ซึ่งเขาเป็นคนที่ร้องในส่วน Backing Vocals ของผลงานทุกชุดของ DragonForce นอกจากนี้ยังเคยเล่นคีย์บอร์ดสมัยวงใช้ชื่อว่า DrgonHeart ก่อนจะถูกเสียบโดย Vadim

7. รู้หรือไม่ว่า Sam Totman เป็นเด็กติดเกมส์คนนึง โดยเขาเคยติดเกมส์หนักมากจนข้อนิ้วอักเสบเพราะเล่นเกมส์มากไปมาแล้ว  

8. แม้ทุกคนจะชื่นชมฝีมือของนายตี๋ Herman Li แต่ทราบหรือไม่ว่าคนแต่งเพลงหลักของวงจริงๆคือพี่ Sam โดยเขาแต่งเพลงของวงมากกว่า 80 เปอเซนต์เลยทีเดียว 

9. ในเว็บไซต์ของวงกล่าวว่านาย Frédéric Leclercq มือเบสคนปัจจุบันของวงสามารถพูดคำหยาบของทุกภาษาได้ ใครอยากพิสูจน์ไว้ตอนมันมาไทยก็ลองตะโกนดังๆว่า ไอ้......ดู (แต่ถ้าโดนกระทืบก็ตัวใครตัวมันนะครับ)

10. จริงๆ ต้นสังกัดของ DragonForce คือ Noise ของเยอรมัน ซึ่งภายหลังถูกเทคโอเวอร์โดย Sanctuary แต่สัญญาของ DragonForce กลับถูกเทคโอเวอร์อีกรอบโดย Roadrunner เพื่อนำผลงานไปออกในอเมริกา สำหรับตัวแทนผลงานของ DragonFroce ในไทยก็คือสังกัด Warner Music ซึ่งได้ลิขสิทธิ์จัดจำหน่ายผลงานของค่าย Roadrun งงมะครับ......  

 

Comment

Comment:

Tweet

สำหรับการเดินทางถาใครอยู่ทาง ลาดพร้าว มีนบุรี ก็น่าจะสะดวกไปรถตู้กันครับ นั่งไปลงเมืองทอง

ส่วนถ้ามาจากทางอื่นมีทางเดียวก็ต้องไปต่อรถที่อนุสาวรีย์ นั่งสาย 166 หรือรถตู้ อนุสาวรีย์-ทางด่วน ถามเขาว่าไปปากเกร็ดป่าว ราคาก็ 25 บาท

พอรถตู้ลงทางด่วนปุ๊บ ก็บอกเขาว่าจอด กฤษกานคร ด้วย หลังจากลงรถก็เดินข้ามสะพานลอยมาฝั่งตรงข้ามแล้วโบกแทกซี่ หรือมอไซด์ บอกเขาไปธันเดอร์โดม น่าจะไปเป็นทุกคนครับ

ส่วนขากลับนี่ รู้สึกว่าในเมืองทองจะมีรถตู้ ไปตามที่ต่างๆอยู่แล้วครับ ยังไงก็พยายามนั่งมาลงแถวสาวรีย์ให้ได้ก่อนแล้วกันครับ

#6 By -Wisss- (202.176.112.42) on 2009-04-07 07:34

ตามมาอ่าน...

#5 By Filmmania (58.9.231.81) on 2009-04-06 14:01

ใครรู้ชาวยบอกวิธีเดินทางไปthunder dome หน่อยสิครับ

จากฝั่งธนนะ sad smile

#4 By Sleepwalker (202.28.181.200) on 2009-04-03 20:15

ข้อมูล แน่นเปรี๊ยะ double wink double wink double wink

#3 By Dark Lord (203.113.1.130) on 2009-04-02 16:56

ผมชอบ Evening star จากอัลบั้มแรกอ่ะ

อยากดูเล่นสดจังเพลงนี้ ^^confused smile

#2 By SYN on 2009-04-02 16:30

ขอบคุณสำหรับ Review คับ

#1 By hakonnen (58.9.195.61) on 2009-04-02 08:54

Recommend