Best Of The Year 2009: Non-Heavy Power Metal

posted on 15 Dec 2009 05:00 by rebirthera in Special

<-!ANuBiS!->  

 

Breaking Benjamin - Dear Agony

Origin: USA
Genre: Post-Grunge

โพสกรันจ์เป็นแนวดนตรีที่ผมติดตามมาก่อนจะมาฟังเมทัลเสียอีก โดยถึงแม้จะมีวงดังๆและวงดีๆอยู่ไม่มากนัก แต่แนวดนตรีชนิดนี้ก็อยู่ในใจผมมาช้านาน แต่ในช่วงระยะหลัง โดยเฉพาะปี 2008 ไม่มีวงแนวนี้เข้ามาในชีวิตผมเลยแม้แต่เพลงซิงเกิลสักเพลง อาจจะเพราะผมพลาดเองหรือเปล่าก็ไม่ทราบ จนผมลืมไปแล้วว่าผมเคยชอบโพสต์กรันจ์มาก่อน เหมือนที่เกือบลืมไปแล้วว่า ผมชอบแนวเมทัลคอร์ Dear Agony มาได้ถูกที่ถูกเวลา ซิงเกิล I Will Not Bow ที่ประกอบภาพยนตร์ Surrogates ทำให้ผมนึกถึงวันวานอีกครั้ง วันที่ผมร้องและอินไปกับเพลงประเภทนี้ อะไรจะบังเอิญขนาดนั้นที่ Breaking Benjamin คือวงโปรดของผมในสายนี้พอดี เพลงของพวกเขาไพเราะติดหูจนเป็นซิงเกิลได้ทุกเพลง แต่ในความไพเราะนั้นแฝงด้วยความหนักหน่วงแข็งแกร่ง สำหรับคนทั่วไปมันอาจจะเป็นอัลบั้ม"ร็อค"ดีๆสักชุด แต่สำหรับผม คืองานชิ้นใหม่ของวงโปรดในสายโพสต์กรันจ์ที่ดีที่สุดในปีนี้

D'espairsRay - Redeemer 

Origin: Japan
Genre: Visual Kei / Industrial Gothic Rock

หนึ่งในวงวิช่วลเคย์แถวหน้าของวงการที่มีผลงานออกมาการันตีหลายอัลบั้มหลายซิงเกิล รวมถึงเคยไปแสดงฝีมือให้คนอเมริกันเห็นมาในเทศกาลดนตรีแล้ว แม้จะเคยฟังหลายๆเพลงมาจากซีดีซิงเกิลที่ออกมาก่อนหน้านี้แล้ว  แต่เมื่อลองฟังรวมๆ มองแบบรวมๆ ผมคงต้องพูดกับตัวเองว่าพวกเขาทำมันอีกแล้ว พวกเขาทำอัลบั้มเจร็อคที่สุดยอดออกมาอีกชุดแล้ว เช่นเดียวกับวงข้างบน ตั้งแต่แทรคแรกยันแทรคสุดท้ายของอัลบั้มไม่มีเพลงไหนไม่ติดหู  ทุกเพลงสามารถนำมาโปรโมทได้สบาย แต่คงต้องมองข้ามเรื่องที่ทางวงเสียแนวทางของตัวเองไปก่อน เพราะจริงๆคือเสียไปนานแล้วตั้งแต่ขึ้นมาค่ายใหญ่ ที่ยังอยู่คือฝีมือของสมาชิกและไอเดียในการทำเพลงที่ไม่รู้จบของพวกเขา  ถ้าจะขอให้ผมแนะนำเพลงเด็ดๆให้ ผมว่าซื้อหวยให้ถูกยังง่ายกว่าเลย เพราะเวลาผมฟัง Redeemer ในแต่ละครั้ง ผมฟังทั้งอัลบั้มครับ

Dream Theater - Black Clouds & Silver Linings

Origin: USA
Genre: Progressive Metal

จริงๆวงนี้มันดูเหมือนวงกระแสของเหล่านักดนตรีจนผมไม่อยากจะนำมาพูดถึงเท่าไหร่ ผมหมายถึงว่าพวกที่เล่นดนตรีมักจะบูชาวงนี้กันเยอะ ทั้งๆที่จริงๆแล้วฟังกันไม่กี่เพลง ฮา ผมเป็นอีกคนนึงที่ไม่ชอบฟัง DT แบบทั้งอัลบั้มรวดเดียวจบเพราะมันทำผมปวดตับ แต่สำหรับ Black Clouds And Silver Linings มันคือจุดเปลี่ยน ทางวงสะบัดคราบวงโชว์ออฟทิ้งไป หันมาใส่ใจความละเมียดละไมในดนตรีมากขึ้น แน่นอนว่าคราวนี้ใครอยากฟังเพลงประมาณว่าเพลงเดียวโซโล่ครบทุกคน คนละ 5 นาที คงผิดหวัง นี่เป็นงานที่ละเอียดที่สุดของวงสำหรับผม ถึงแม้จะมีไม่กี่เพลง แต่พวกเขาทำเพลงได้ไม่น่าเบื่อ การเรียบเรียงอันสวยงามโน้ตต่อโน้ต ทำให้ผลงานของพวกเขาเป็นงานศิลปะมากยิ่งขึ้น เพลงขายที่ต้องมีทุกอัลบั้มก็ทำได้ดี โดยเพลง Wither เป็นเพาเวอร์บัลลาดฟังดูคล้ายๆเพลงแนวโพสต์กรันจ์เหมือนกัน สุดยอดแห่งไพเราะแบบเรียบง่าย เพลงอื่นๆก็เยี่ยมยอดทุกเพลงเช่นกัน คนอื่นว่าไงไม่รู้ สำหรับผมมันคืองานที่ดีที่สุดของ Dream Theater และมันดีพอที่จะทำให้ผมต้องยกให้เป็นสุดยอดแห่งปีไปอีกอัลบั้ม

Deluhi - Yggdalive 

Origin: Japan
Genre: Melodic Death / Metalcore / Visual Kei

วงของมือเบสหน้าหล่อแห่ง Galneryus ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วเหลือเชื่อในแวดวงวิช่วลเคย์ ด้วยดนตรีเมโลดิกเดธ/เมทัลคอร์อัดกระหน่ำเมามันส์ พวกเขาออกอัลบั้มและซิงเกิลมาอย่างถี่ยิบก่อนจะมีอัลบั้ม Yggdalive เป็นอัลบั้มเต็มชุดแรกของวง ซาวนด์ของวงดุดันขึ้นมากกว่าสมัยเปิดตัวใหม่ๆ ดนตรีทำลายล้างเคลือบด้วยความสวยงามของเมโลดี้ ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว มีการจัดเรียงเพลงที่ดี โดยนำเพลงฟังสบายๆไปไว้กลางอัลบั้มเป็นตัวผ่อนอารมณ์ก่อนจะฉุดกระชากลงนรกอีกรอบด้วยความอำมหิตแห่งซุ่มเสียง ก่อนที่ทางวงจะโดนจับไปขึ้นค่ายใหญ่ ผมว่าลองมาถวายตัวและหัวใจเป็นแฟนวงนี้หน่อยจะเป็นไร เพราะถ้าวงขึ้นค่ายเมเจอร์เมื่อไหร่ เราอาจจะไม่ได้ยินซาวนด์ดุดันทำลายล้างแบบนี้อีกแล้วก็เป็นได้

Scar Symmetry - Dark Matter Dimensions

Origin: Sweden
Genre: Melodic Death

การจากไปของคริสเตียน อัลเวสตัมเกือบจะไม่มีผลในอัลบั้มใหม่ของยอดวงเมโลดิกเดธจากสวีเดนวงนี้เลย จริงอยู่ในการฟังครั้งแล้วไม่ได้ยินเสียงพี่โล้นคงจะขัดๆหูไปบ้าง แต่นักร้องคนใหม่ที่มาแทนสองคน สำหรับผมแล้ว ทำหน้าที่ได้ดีด้วยเสียงในแบบของตัวเอง ไม่ได้ดีกว่าแต่ก็ไม่ได้แย่กว่า และเช่นเดิม เพลงในอัลบั้มคือเมโลดิกเดธซาวนด์โกเธนเบิร์กที่ฟังง่ายที่สุดในสามโลก เนื่องจากเพลงโจ๊ะติดหูเป็นจุดขายของวงมาโดยตลอด บางครั้งเวลาเราฟังเมทัลก็คงอยากฟังอะไรง่ายๆบ้าง ซึ่งในปีนี้ที่วงอย่าง Sonic Syndicate ไม่ออกอัลบั้ม ผมว่า Dark Matter Dimensions คืออัลบั้มเมโลดิกเดธที่ไพเราะที่สุดแห่งปีไปเลยทีเดียว ติดอยู่นิดนึงที่เลือกเพลงมาโปรโมทได้ขัดใจแม่ยายชะมัด

Seo Taiji - Atomos

Origin: South Korea
Genre: Progressive Rock

หลังจากได้รับเสียงตอบรับอย่างดีในซิงเกิล Atomos ทั้งสองพาร์ทที่ออกมาก่อนหน้านั้น (ยอดขายพาร์ทละกว่าแสนแผ่น) ก็เป็นทีของอัลบั้มเต็มลำดับที่ 8 ของซอ แทจิ อัจฉริยะวงการเพลงแดนกิมจิ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นไอดอลของเหล่าวัยรุ่นเกาหลีในต้นยุค 90 มาก่อนในชื่อวง Seo Taiji And Boys สร้างชื่อให้กับตัวเขาอย่างมาก หลังจากแยกวงไปก็มีผลงานของตัวเองอีกหลายชุด หลายแนวเพลง แต่ยืนพื้นด้วยความเป็นร็อคมาจนอัลบั้มนี้ Atomos เป็นอัลบั้มที่นำเพลงจากซิงเกิลทั้งสองพาร์ทมารวมกันทั้งหมด แล้วเพิ่มเพลงใหม่เพลงเดียว (เอาเปรียบวะ) แต่ใครจะแคร์ แฟนๆยังคงแห่กันไปต่อแถวซื้ออัลบั้มกันตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด จนยอดขายทะลุแสนแผ่นอีกครั้งทั้งๆที่มีเพลงใหม่แค่เพลงเดียว ที่ตอกย้ำความสำเร็จไปอีกขั้นคือ ทุกเพลงในอัลบั้มนี้มีมิวสิควิดิโอหมดแล้ว คิดว่าคุณคงไม่เคยเห็นอัลบั้มที่ทุกเพลงถูกตัดออกมาเป็นซิงเกิลแบบนี้แน่นอน พื้นฐานของเพลงในอัลบั้มเป็น ร็อคที่ค่อนไปทางโปรเกรสซีฟ ใช้เสียงร้องแหลมๆ โดยรวมฟังยากสำหรับคนทั่วไป แต่ผมเชื่อว่าทุกคนที่อ่านบทความนี้อยู่หูถึงกันทั้งนั้น ลองหามาฟังเถอะครับ

MC Mong - Humanimal

Origin: South Korea
Genre: Hip Hop

MC Mong คือศิลปินฮิปฮอปชาวเกาหลีใต้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากในท่ามกลางกระแสเคป็อบที่แรงจนฉุดไม่อยู่ Humanimal คืออัลบั้มเต็มลำดับที่ 5 ของมงที่ยังคงคอนเซปต์ทำเพลงสนุกสนานชวนร้องตามรับง่ายฟังได้ทุกเพลง แน่นอนว่าศิลปินฮิปฮอปก็มักจะเชิญแขกรับเชิญมาในอัลบั้มจนเป็นประเพณี ดังนั้นแน่นอนว่าอัลบั้มนี้นอกจากตัวศิลปินเจ้าของผลงานเองแล้ว เรายังจะได้ฟังเสียงของศิลปินคนอื่นๆในวงการอีกเช่นเดียวกัน โดยในอัลบั้มนี้มีแทรคะนึงที่แตกต่างออกไปจากเพลงทั่วๆไปของเขา นั่นก็คือแทรคที่ 4 ที่เป็นเพลงที่มงแต่งขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเพื่อนร่วมวงการของเขาที่ฆ่าตัวตายไปก่อนหน้านั้น  ถึงจะไม่เหมาะจะนำมาเป็นซิงเกิล แต่มันก็เป็นเพลงที่ดีที่สุดของอัลบั้มเพลงนึง ส่วนที่เหลือคือฮิปฮอปสนุกๆ ฟังง่าย เหมาะจะเปิดฟังในงานปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง ส่วนเรื่องฟีดแบ๊คก็เหมือนทุกอัลบั้มที่ผ่านมา คือขายดีเหมือนแจกฟรีอีกแล้ว

Kalisia - Cybion

Origin: France
Genre: Symphonic / Progressive / Industrial Death

ผมไม่รู้ว่าจะระบุแนวเพลงอัลบั้มนี้ว่าอะไรดี ซิมโฟนิค โปรเกรสซีฟ เพาเวอร์ เดธ อิเล็กทรอนิกส์ .... เอ่อ คือมันมีหมดเลยว่ะ!! Kalisia ฟอร์มวงมานานมากตั้งแต่ปี 94 แต่เพิ่งมีผลงานออกปีนี้ 15 ปีนี้ผมไม่แปลกใจที่พวกเขายังไม่แยกวง แต่ก็สงสัยว่าเอามันสมองส่วนไหน เค้นออกมานานแค่ไหน กว่าจะได้อัลบั้มเมทัลที่สุดยอดขนาดนี้ Cybion เป็นงานที่ครบเครื่องจนบรรยายไม่ถูก งานของพวกเขาไม่เอนเอียงไปทางความโหด ความอลังการ หรืออะไรทั้งนั้น ทุกอย่างมันอยู่ในความพอดีไปซะหมด บางทีฟังเพลงโหดๆ มาเพลงถัดมา ก็ชวนส่ายตูดซะงั้น ฝีมือก็ไม่ใช่ย่อย เพราะมีเพลงโชว์ลูกโซโล่แทรกอยู่ในอัลบั้มด้วย รวมไปถึงเพลงช้าก็ทำได้ไพเราะเช่นกัน ผมพนันได้เลยว่าในช่วงทศวรรษนี้ ไม่มีอัลบั้มไหนที่ฟังดูครบเครื่องขนาดนี้อีกแล้วในแนวเมทัล คือโปรดอย่าเวอร์ มันไม่ได้มีตั้งแต่เคป็อบยันแสลมมิ่งฮอนดูรัสบรูทัลอะไรแบบนั้น เอาเป็นว่าฟังเองดีกว่า หรือถ้าใครอยากจะสมัครเป็นมือกลองของวงก็ลองติดต่อดู เพราะตอนนี้ทางวงต้องการมือกลองคนใหม่ แต่ถ้าเล่นไม่ได้แบบในอัลบั้มนี้ก็อย่าดีกว่า ฮา

Orphan Project - Spooning Out The Sea

Origin: USA
Genre: Progressive Metal

ผมเป็นคนนึงที่ชอบฟังเพลงที่ฟังยากๆเหมือนกัน ถึงแม้หลายๆครั้งจะไม่ชอบมัน ถ้าเป็นเช่นนั้นผมก็มองหาอะไรที่มันเรียบง่ายดูบ้าง  ซึ่งในแนวโปรเกรสซีฟนั้นไม่ได้แปลว่ามันยุ่งยากเสมอไป อย่าง Spooning Out The Sea อัลบั้มที่สองของวงคริสเตียนพร็อคเมทัลจากอเมริกา ผมไม่รู้จักสมาชิกสักคนในวง แต่ผมต้องรู้จักพวกเขาหลังจากฟังมันจบ ภายใต้ปกอัลบั้มกากๆแบบนี้ ผมได้ยินสิ่งที่ผมมองหา มันเป็นงานโปรเกรสซีฟที่ฟังง่ายเอามากๆเหมือนคุณฟังเพลงร็อคธรรมดา เนื้อเพลงคริสเตียนนิตี้เต็มขั้น ไม่รู้ว่าวงคริสเตียนทำเพลงฟังง่ายๆแบบนี้กันหมดหรือเปล่า ผมไม่รู้จะบรรยายเพลงพวกนี้ยังไงเพราะมันค่อนข้างเรียบง่าย เอาเป็นว่ามันเป็นเพลงร็อคที่มีกลิ่นอายของพร็อกอยู่แล้วกัน แต่ถ้าให้คนทั่วไปฟัง ผมว่าต้องมีคนเข้าใจผิดคิดว่าผมเปิด Creed หรืออะไรประมาณนั้นให้ฟังแน่เลย  คือไม่เหมือนหรอก แต่มันออกแนวร็อคหม่นๆหนักๆเหมือนกัน ผมชอบคีย์บอร์ดในอัลบั้มเป็นพิเศษครับ ทำให้เพลงฟังดูผ่อนคลายขึ้นมาอีกเยอะเลย  เป็นอีกงานที่ดูแล้วไม่มีอะไรมาก แต่น่าฟังไม่น้อยเลยอะ

Rammstein - Liebe Ist Fur Alle Da

Origin: German
Genre: New German Hardness

เล่นเอาคิดถึงโคตรๆไปนานเลย สำหรับอินดัสเตรียลเมทัลจอมโรคจิตจากเยอรมัน อย่างที่เรารู้กันดีว่า Rammstein ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษในเนื้อเพลงมากนัก พวกเขาสร้างชื่อมาในแวดวงด้วยเพลงภาษาเยอรมันเป็นส่วนมาก แต่ในการกลับมาครั้งนี้คงไม่มีใครนึกว่าสมาชิกวงที่อายุหลักสี่กันหมดแล้วจะเขย่าวงการเพลงได้อุบาทว์ขนาดนี้ด้วยซิงเกิลเปิดตัวอย่าง Pussy ที่เอ็มวีเป็นภาพการประกอบกิจกามของเหล่าสมาชิกวงที่ตัดต่อกันเห็นๆ แต่ก็ยังอุบาทว์อยู่ดี เนื้อร้องภาษาอังกฤษไม่น้อยในเพลงทำให้เข้าใจสิ่งที่วงสื่อได้ง่ายขึ้น เรียกว่ากลัวไม่รู้ว่าหื่นว่างั้น ส่วนเพลงอื่นๆก็ยังคงมาตรฐานของวง เพียงแต่เน้นความหนักหน่วงขึ้นมา และร้องแบบตะคอกมากขึ้น คิดว่าคงต้องการจะให้เพลงในอัลบั้มฟังแล้วสนุกให้คนมีส่วนร่วมได้เวลาเล่นสด อ่อ ที่ทำผมประจำใจจนไม่พูดถึงไม่ได้ คือบัลลาดโคตรอภิมหาไพเราะ ที่ไม่คิดว่าจะเป็นอีวงเดียวกับที่ทำเพลง Pussy ทำมันออกมา นั่นคือ Fruhling In Paris ทั้งไพเราะทั้งอลังการ เหมาะจะเป็นซิงเกิลมากๆ ถ้าต้องการขายอัลบั้มให้มนุษย์ปกติ ฟังจบทั้งอัลบั้มแล้วก็อยากดูแสดงสดขึ้นมาจริงๆซะแล้วสิ

 

Lilium

Muse - The Resistance

Origin: UK

Genre: Alternative Rock / New-Prog

จากวงดนตรีเล็กๆในระดับชั้นไฮสกูล สู่การเป็นหนึ่งในหัวหอกผู้ยิ่งใหญ่ของวงการเพลงร๊อคอังกฤษในปัจจุบัน ทั้งสามสหายยังคงมุ่งพัฒนาดนตรีในรูปแบบของ พวกเขาไปเรื่อยๆอย่างไม่หยุดหย่อน จนมาถึงอัลบั้มล่าสุด The Resistance พวกเขาได้รับเอาอิทธิพลทางดนตรีหลากหลายทั้งดนตรีคลาสสิก, อีเลกทรอนิกส์, คลาสสิกร๊อค หรือแม้กระทั่งอาร์แอนด์บีเข้ามาผสมกับดนตรีอัลเทอร์เนทีฟร๊อคอันพลุ่งพล่านที่เราคุ้นเคยกันดีได้อย่างประณีตบรรจงไร้ที่ติ แม้ว่าความมุทะลุดุดันอาจจะลดลงจากอัลบั้มก่อนไปบ้างแต่มันกลับถูกแทนที่ด้วยความสวยงาม สุขุมลุ่มลึก และอารมณ์โรแมนติกกรุ่นไอความรักที่ฟังแล้วต้องเคลิ้มฝันไปกับพวกเค้าอย่างมีความสุข จากดนตรีอีเลกทรอนิกร๊อคสุดเฉียบอย่าง Uprising สู่มหากาพย์ซิมโฟนี่โพ้นจักรวาลใน Exogenesis คุณจะได้รับความประทับใจในทุกชั่ววินาทีของอัลบั้มอย่างไม่มีวันลืมเลยทีเดียว

Nosound - A Sense of Loss

Origin: Italy

Genre: Progressive Rock / Post-Rock

อีกหนึ่งความหวังอันโชติช่วงของวงการโปรเกรสสีฟยุค 00's กลับมาอีกครั้งกับอัลบั้มใหม่ที่ไพเราะแบบราวกับจะฆ่ากันให้ตาย ทางวงเล่นดนตรีสเปซร๊อคที่มีโครงสร้างดนตรีเรียบง่าย ฟังเนิบๆ แต่กรุ่นไปด้วยเลเยอร์คีย์บอร์ดที่ถูกเรียบเรียงมาอย่างประณีตบรรจง ผนวกเข้ากับดนตรีโพสต์ร๊อคล่องลอยสู่ฝั่งฝัน เสียงเครื่องสายที่สวยงามราวกับสวรรค์บันดาล เสริมด้วยซาวนด์อคูสติกอบอุ่นหัวใจ โดดเด่นด้วยเมโลดี้ร้องและเปียโนไพเราะจับจิตเกินกว่าจะหาใดเปรียบ ทุกอย่างได้สอดประสานกลายเป็นบทเพลงแห่งฝันอันมหัศจรรย์ยิ่ง เป็นงานเพลงละเมียดละไมอีกชุดนึงที่อยากให้ทุกคนได้ฟังกันครับ

Katatonia - Night is the New Day

Origin: Sweden

Genre: Depressive Rock / Progressive Rock

พระเอกของผมกลับมาแล้วครับ!!! ในอัลบั้มชุดนี้ทาง Katatonia ต้องการจะขยับขยายแนวทาง Depressive Rock ของตนให้กว้างไกลมากขึ้น และมันก็ทำให้งานเพลงของวงถลำลึกเข้าไปในโลกของดนตรีโปรเกรสสีฟมากขึ้นจนแทบจะจัดให้ไปอยู่ในกลุ่มเดียวกับวงเพื่อนซี้อย่าง Opeth และ Porcupine Tree ได้แล้ว เพลงส่วนใหญ่ในชุดนี้จะมาแบบนิ่งๆเนิบๆ ไม่หนักหน่วงเท่าชุดก่อนๆ แต่บรรยากาศของเพลงนี่สิ หมองหม่นกดดันได้ใจจริงๆ ซาวนด์คีย์บอร์ดและเครื่องสายที่เสริมเข้ามาเพื่อเพิ่มอารมณ์เปลี่ยวเหงานั้นถูกเรียบเรียงอย่างละเอียดประณีตบรรจงมาก (ยิ่งลองหลับตาฟังกับเฮดโฟนจะยิ่งรู้สึกได้ถึงความมหัศจรรย์ครับ) เรียกได้ว่าถ้าอินกับมันมากๆแล้ว มันจะเปลี่ยนให้วันดีๆของคุณกลายเป็นราตรีกาลอันมืดมิดชั่วนิรันดร์ได้ดั่งชื่ออัลบั้มเลยล่ะ งานนี้ถึงแม้ว่าจะติดหูยากอยู่สักหน่อย แต่ยิ่งฟังยิ่งซึมซับบรรยากาศก็ยิ่งหลงรักมันมากขึ้นทุกที อาจจะพูดได้ว่านี่เป็นอัลบั้มที่ดีที่สุด สมบูรณ์แบบที่สุด เท่าที่วงเคยทำมาเลยครับ

Mono - Hymn to the Immortal Wind

Origin: Japan

Genre: Post-Rock

ไม่น่าเชื่อว่าจากวงโพสต์ร๊อคดาดๆไม่มีอะไรแปลกใหม่ในวันเก่าก่อน มาคราวนี้พวกเขากลับสามารถสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่มาสั่นสะเทือนวงการและถีบตัวเองให้โดดเด่นเกินกว่าวงโพสต์ร๊อคที่ออกผลงานกันอย่างดาษดื่นในปีนี้ได้สำเร็จ สิ่งสำคัญที่ทำให้อัลบั้มนี้โดดเด่นเหนือใครคืออิทธิพลของดนตรี Modern Classical ที่ถูกนำมาใส่อย่างพอเหมาะพอเจาะ มีการนำวงเครื่องสายมาเล่นสอดประสานไปกับกำแพงกีตาร์ลอยหม่นสไตล์ชูเกสได้อย่างงดงามเหนือคำบรรยาย เครื่องดนตรีทุกชิ้นเล่นปลดปล่อยอารมณ์กันไม่มียั้งเหมือนคนที่ร้องไห้หลังจากที่อั้นน้ำตามาเป็นเวลานานนับปี ทุกตัวโน้ต ทุกเมโลดี้ คือซาวนด์แทร๊คที่อุทิศให้กับหายนะ ความสูญเสีย ความเศร้าหมองและความเจ็บปวดรวดร้าวราวกับถูกสายลมหนาวเชือดเฉือนร่างจนจิตวิญญาณขาดสะบั้นก็มิปาน อาจฟังดูเว่อร์ไปหน่อย แต่ผมคิดว่านี่คืออัลบั้มโพสต์ร๊อคที่ยิ่งใหญ่อลังการที่สุดเท่าที่ผมเคยฟังมาเลยครับ และผมเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ Hymn to the Immortal Wind จะต้องขึ้นหิ้งเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่คลาสสิคที่สุดของวงการโพสต์ร๊อคอย่างแน่นอนที่สุด!!!

Agoraphobic Nosebleed - Agorapocalypse

Origin: USA

Genre: Cybergrind

ไม่มีคำว่าปราณีใดๆให้อีกแล้วสำหรับวงไกรนด์คอร์เปี่ยมพลังบ้าทะลุลิมิตของนาย Scott Hull วงนี้ ถึงแม้ว่าจะรองพื้นจังหวะด้วยกลองโปรแกรมทั้งหมด แต่ความโหดกระหน่ำสะท้านอารมณ์ให้พลุ่งพล่านก็ยังคงมีให้แบบเต็มสตรีม เสียงร้องของกระบอกเสียงทั้งสาม (คนนึงเป็นมือเบส คนนึงเป็นนักร้องสาว) ที่ร่วมแรงร่วมใจกันตะโกน ตะคอก สำรอก กรีดร้องอย่างเมาแมวส์ มันช่างกระตุ้นพลังความวุ่นวายดกลาหลออกมาได้ทะลุจุดขีดสุด จังหวะเร็วจี๋ ริฟฟ์ที่ปั่นจนสายแทบไหม้ ซาวนด์โปรแกรมมหาโหดหนักทับกบาล เนื้อหาที่พ่นทั้งเรื่องการเมือง สังคม และยาเสพติด ได้อย่างรุนแรง สะใจ ทั้งหมดคือส่วนประกอบชั้นดีที่ช่วยสร้างสรรค์ดนตรีไซเบอร์ไกรนด์อันสุดแสนจะเมามันส์เกินจะหาใดเปรียบ หากประสาทการรับฟังของคุณแกร่งพอ อัลบั้มนี้จะถูกเปิดซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อสร้างความเร้าใจไม่รู้จบจนกว่าพวกเขาจะออกอัลบั้มใหม่มาทะลวงรูหูกันเลยทีเดียวล่ะ

Easily Embarrassed - Planet Discovery

Origin: Netherlands

Genre: Psychill

อัลบั้มเต็มชุดที่สองของ Easily Embarrassed ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาคือคู่หูดูโอที่เนื้อหอมที่สุดคู่หนึ่งของวงการดนตรี Psybient/Psychill อย่างแท้จริง ด้วยซาวนด์อีเลกทรอนิกส์สะอาดสะอ้านและสุขุมลุ่มลึก บวกกับซินธ์โซโล่กรีดกรายเมโลดี้สะท้านหัวใจอันเป็นเทรดมาร์กที่ผู้ใดได้ลองสดับฟังแล้วจะต้องประทับใจจนลืมไม่ลงเป็นแน่แท้ ยิ่งมาบรรจบกับคอนเซปต์อวกาศไกลโพ้นในชุดนี้ก็ยิ่งรับกับดนตรีของพวกเขาได้เป็นอย่างดี สมกับคำโปรยบนหน้าปกที่เขียนไว้ว่า "Discovering new audio planets and ambient galaxies" เลยครับ แค่แทร๊คจั่วหัวสุดอลังการอย่าง Ignition ก็ทำให้เรารู้สึกถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของกระสวยอวกาศที่พาเราพุ่งทะยานทะลุสู่โลกเหนือชั้นบรรยากาศอันลึกลับดำมืดได้อย่างลึกซึ้งถึงอารมณ์ แน่นอนว่าเสียงซินธีไซเซอร์เข้มๆแรงๆแต่แฝงไว้ด้วยความคมลึกยังคงทำให้เพลงของพวกเขาฟังดูน่าสนใจอยู่เสมอ ซึ่งหากคุณรู้ตัวว่าเป็นแฟนเพลงอีเล็กทรอนิกส์ตัวจริงแล้ว นี่คืออัลบั้มไฟลท์บังคับที่คุณควรหามาฟังโดยด่วนครับ

Blue Stone - Messages

Origin: USA

Genre: Psychill

"Blue Stone's sound resonates with ambrosial melodies, opulent piano interludes and seductive vocals" คำโปรยสั้นๆแต่ได้ใจความที่ปรากฏอยู่ในเว็บ Last.fm คงสามารถบอกอะไรได้หลายๆอย่างเกี่ยวกับดนตรีของวงนี้แล้ว ซึ่งหลังจากที่ได้สดับฟังอัลบั้ม Messages ชุดนี้ด้วยหูของตัวเองแล้วก็ต้องขอยืนยันว่าไอ้ที่โม้ๆมานั่นมันไม่ใช่เพียงคำโฆษณาชวนเชื่อแต่อย่างใดเลย งานของพวกเขาเป็น Psybient/Psychill ที่ฟังง่ายได้อารมณ์นิวเอจ มันอุดมไปด้วยเมโลดี้ชวนฝันและบรรยากาศเพลงอันล้ำลึกราวกับการได้ดำดิ่งใต้ท้องมหานทีสีครามที่ทั้งสวยงามและลึกลับในเวลาเดียวกัน และที่ขาดไม่ได้เลยคือเสียงของนักร้องสาวอันเรียบเย็นแต่แฝงไว้ด้วยอารมณ์ดำมืดราวกับการร่ายร้องบรรเลงของเหล่านางเงือกยังไงยังงั้น เมโลดี้ร้องและทำนองดนตรีในแต่ละเพลงติดหูมากๆ ฟังแค่ไม่กี่รอบก็ "หลอน" ติดอยู่ในสมองแล้ว ซึ่งมันก็อยู่ที่คุณแล้วล่ะว่าพร้อมจะดำดิ่งลงสู่ห้วงสมุทรแห่งสรรพเสียงไปกับพวกเขารึยัง

Monolake - Silence

Origin: Germany

Genre: IDM / Dubstep / Dark Ambient 

ว่ากันว่าอัลบั้มชุดนี้ก็คือผลงานที่ถ่ายทอดมโนภาพบรรยากาศความเงียบงันอันชวนให้สิ้นหวังและอกสั่นขวัญแขวนในชั่วโมงสุดท้ายก่อนที่สงครามนิวเคลียร์จะปะทุขึ้นบนโลกนั่นเอง คู่หู Gerhard Behles และ Rober Henke เลือกใช้ดนตรีแนว IDM  (Intelligence Dance Music) แบบที่เน้นหนักที่บีทดาวน์เทมโปสร้างบรรยากาศไม่น่าไว้วางใจเป็นตัวถ่ายทอดอารมณ์ แต่งแต้มด้วยซาวนด์ดาร์กแอมเบียนท์ดำมืดชวนให้ขวัญผวาและซาวนด์เอฟเฟคต์ประกอบ (บางส่วนเป็น Field Recordings) ที่พาให้ขนลุกชูชันและก่อให้เกิดความรู้สึกท้อแท้สิ้นหวังเมื่อได้รู้ว่าไม่สามารถหนีพ้นหายนะอันน่าสะพรึงในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้าได้อีกต่อไปแล้ว มันคือสุ้มเสียงแห่งความทุกข์ระทมและหวาดหวั่นที่ราวกับว่าหายนะมันเกิดขึ้นใกล้ๆตัวเรานี่เอง

Thomas Koner - La Barca

Origin: Germany

Genre: Drone / Dark Ambient / Field Recordings

อย่างที่รู้ๆกันว่าดนตรีแอมเบียนท์คืองานศิลป์ทางเสียงที่ไม่ได้เน้นหนักที่เมโลดี้และความไพเราะติดหู แต่เรื่องบรรยากาศต่างหากที่เป็นจุดมุ่งหมายสำคัญของการสร้างดนตรีแนวนี้ขึ้นมา ซึ่งการจะซึมซับบรรยากาศนั้นๆให้ได้อย่างถึงแก่น เราก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปล่อยให้จินตนาการของเราใหลไปตามสรรพเสียงต่างๆที่ศิลปินได้สร้างขึ้นมา และอัลบั้ม La Barca (The Boat) ของ Thomas Koner หนึ่งในเจ้าพ่อแอมเบียนท์มิวสิคแห่งยุค ก็เป็นผลงานโดรน/ดาร์กแอมเบียนท์ที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม อารมณ์เพลงมืดหม่นและนิ่งเงียบในชุดนี้ นอกจากจะสะท้อนถึงความโดดเดี่ยวอ้างว้างไม่มีที่สิ้นสุดแล้ว มันยังแอบแฝงความโศกเศร้าถวิลหาอยู่ในเนื้อเสียงด้วยอย่างน่าประหลาด ซาวนด์แซมเปิ้ลที่ให้ความรู้สึกเหมือนมีผู้คนหรืออะไรต่างๆนาๆอยู่รอบตัวเราตลอดเวลา แต่เรากลับไม่สนใจใยดีและเก็บมันทิ้งลงสู่หุบเหวอันมืดมิดในจิตใจไปจนหมดสิ้น สำหรับผมการฟังอัลบั้มนี้ก็เหมือนการเดินทางอย่างโดดเดี่ยวไปตามสถานที่ต่างๆที่เราไม่รู้จักเพื่อค้นหาอะไรบางอย่างที่ขาดหายไปในชีวิต แต่อีกใจก็อยากจะตัดจบความผิดหวัง โศกเศร้า และถวิลหานี้ไปซะให้พ้นๆ ลองหลับตา เงี่ยหูฟังให้ดี คุณอาจได้ค้นพบแง่มุมความคิดและจินตนาการที่ต่างไปในการรับฟังอัลบั้มชุดนี้ก็เป็นได้

Swirling Light - The World is Full of Noise EP

Origin: Thailand

Genre: Shoegaze

ถึงจะเป็นงานเพลงไทยหนึ่งเดียวในลิสต์นี้ แต่มันก็เป็นงานเพลงระดับเทพที่สามารถให้ฝรั่งตาน้ำข้าวเปิดฟังแล้วอึ้งกันเป็นแถบๆได้เลย ด้วยแนวดนตรีชูเกสอนุรักษ์นิยมนี่ค่อนข้างหาฟังได้ยากแล้วแม้ในต่างประเทศก็ตาม ทุกอนูของอัลบั้มนี้ล้วนแต่อุดมไปด้วยซาวนด์ชูเกสที่ทำตามขนบดั้งเดิมทั้งสิ้น ทั้งเสียงกีตาร์ดิสตอร์ชั่นภูผาก้องกังวานแตกสนั่นดังลั่นทุ่ง สไตล์การบันทึกเสียงแบบโลไฟสุดลิ่ม เสียงเย็นๆลอยๆของนักร้องสาวที่ถูกมิกซ์จมสนิทไปกับดนตรี แต่ทั้งหมดก็ยังแฝงไว้ด้วยความไพเราะงดงามของท่วงทำนองอยู่อย่างไม่ขาด นี่คือส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้เมื่อฟังอัลบั้มนี้ทีไรก็ต้องนึกถึงงานสุดคลาสสิคในยุค 90's แบบวงอย่าง Curve, Catherine Wheel, Lilys หรือ Flying Saucers Attack ทุกที งานนี้ใครที่ถวิลหาความหลังอันแสนหวานเมื่อยุคเกือบๆสิบปีที่แล้วจะต้องปลื้มอกปลิ้มใจจนน้ำตาแทบใหลเป็นแน่แท้

 

 <[-I-Wisss-I-]>

Rammstein - Liebe Ist Fur Alle Da 

Origin: German
Genre: New German Hardness

6 วิปริตกลับมาอีกครั้งกับอัลบั้มเต็มชุดที่ 6 ที่ทิ้งห่างผลงานชุดที่แล้วไปกว่า 4 ปี มาคราวนี้หน้าปกอาจจะแปลกตาไปบ้าง แต่ตัวเพลงไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามกระแสแน่นอน ที่เพิ่มมาน่าจะเป็นความวิปริตเพราะแค่ซิงเกิลแรกที่ทางวงปล่อยออกมาอย่าง Pussy ก็สร้างความปวดร้าวให้แก่กองเซนเซอร์กันเป็นแถบๆ ไม่ว่าจะด้วยเนื้อหาหรือมิวสิควิดีโอที่ไม่ต่างจากหนังโป๊ซักนิด หลายคนอาจจะมองว่าพวกเขาเน้นขายเซ็กซ์ แต่กระนั้นเพลงอื่นๆในอัลบั้มก็ยังคงเต็มไปด้่วความหนักหน่วง หนำซ้ำนี่เป็นอัลบั้มที่หนักที่สุดที่วงนี้ทำออกมาแล้ว เพลงอาจจะไม่ติดหูตั้งแต่ครั้งแรกที่ฟังแต่เมื่อเริ่มชินแล้วก็สามารถโขยกและร้องตามได้ทุกเพลง นอกจากนี้ยังมีเพลงบัลลาดโคตรไพเราะอย่าง Fruhling In Paris จนไม่น่าเชื่อว่าไอ้พวกใจทรามจะแต่งเพลงหวานแบบนี้ออกมาได้ด้วย นี่ยังไม่นับ Limited Edition Box ที่มาพร้อมกับ "หำเทียม" ขนาดพกพา เอาไว้สำเร็จความใคร่หลังฟังอัลบั้มนี้ 

Kalisia - Cybion 

Origin: France
Genre: Progressive / Melodic Death / Cyber Metal

ผลงานที่ใช้เวลาบ่มเพาะนานถึง 14 ปีของสุดยอดวงดนตรีที่ยากจะจำกัดแนวจากฝรั่งเศสวงนี้ ด้วยการผสมผสานดนตรีทั้ง เมโลดิกเดธ ซิมโฟนิคเมทัล อินดัสเทรียลเมทัล โปรเกรซซีฟเมทัล รวมไปถึงเพาเวอร์เมทัลลงไปได้อย่างลงตัว  ออกมาเป็นผลงานที่ปลุกจินตนาการโลกไซเบอร์ของคุณตลอด  1 ชั่วโมงกว่ากับบทเพลงที่อัดแน่นถึง 20 แทร๊คโดยทางวงต้องการให้เพลงทั้งหมดเชื่อมต่อกันออกมาเป็นคอนเซปเดียวกัน ใครฟังแล้วอาจจะหาว่าพวกเขามั่วแนวก็ได้ แต่นั่นคือสิ่งที่เราต้องชมเพราะทั้ง 20 เพลงถูกเรียบเรียงความมั่วให้ออกมาได้ลงตัวถึงขนาดนี้ ถ้าใครสงสัยว่าอัลบั้มนี้มันเจ๋งขนาดนั้นหรือเปล่าก็ลองหาฟังกันดูได่ครับ อ่อ อัลบั้มนี้ไม่เหมาะกับคนหัวอนุรักษ์นิยมนะครับ

Megadeth - Endgame 

Origin: USA
Genre: Thrash Metal

อัลบั้มล่าสุดของ Metallica ที่ออกมาเมื่อปีก่อนอาจจะทำใ้ห้แฟนๆของน้าเดฟต้องคิดหนัก แต่สำหรับน้าเดฟเองคงมองว่างั้นๆเพราะเขามีเครื่องจักรผลิตริฟฟ์เคลื่อนที่นาม Chris Broderick ที่ปลดปล่อยฝีมือออกมาในอัลบั้มนี้ ถึงขนาดเดฟออกมาพูดว่าอารมณ์ของเขาคงเหมือนตอนที่ Ozzy พบ Randy Rhodes และก็น่าจะสมคำคุยครับเพราะฝีมือของ Chris มันไดนามิกจริงๆ ทำให้เพลงของ Megadeth หนัก เร็ว โหด แธรชขึ้นเป็นกอง แค่แทรคเปิดอัลบั้มอย่าง Dialectic Chaos เราก็จะหูชาด้วยพายุโซโล่จากฝีมือของ 2 เทพ กันไปแล้ว สำหรับผมว่า Chris น่าจะเป็นมือกีตาร์ที่เข้าคู่กับเดฟได้ดีที่สุดนับตั้งแต่ Marty Frieman เลยล่ะครับ  Endgame เป็นผลงานที่ดีที่สุดของวงในรอบ 20 ปีเลยก็ว่าได้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำสถานะของวงตอนนี้ว่า "เกมส์คงไม่จบง่ายๆ" สิ่งเดียวที่จะจบเห่คือปกอัลบั้มที่ออกแบบมาได้ชวนส่ายหน้าจริงๆ

Dream Theater - Black Clouds & Silver Linings 

Origin: USA
Genre: Progressive Metal

กลายเป็นภาคบังคับของเหล่านักดนตรีที่ต้องฟังเสียแล้วสำหรับวง "โรงหนังความฝัน" โดยงานชุดนี้ทางวงขจัดคราบของนักดนตรีโชว์ออฟแล้วมาสนใจที่การเรียบเรียงตัวเพลงจริงๆ จนออกมาเป็นผลงานที่ลงตัว ชวนเพลินอย่างยิ่ง ไม่มีอะไรที่ต้องพูดถึงมากสำหรับอัลบั้มนี้ ถ้าคุณเป็นแฟนของ Dream Theater ไม่มีเหตุผลที่คุณจะไม่ฟังงานชุดนี้

Chthonic - Mirror of Retribution

Origin: Taiwan
Genre: Melodic Black

ถ้ามองว่าพวกเขาเจ๋งแค่การมีสมาชิกวงเป็น Doris Yeh มือเบสสาวหุ่นเอ็กซ์ นางแบบ FHM ก็คงเป็นกรรมของคุณไปแล้วครับ เพราะ Mirror of Retribution คืองานที่ถูกทำออกมาเพื่อให้วงเมโลดิกแบล็กจากภาคพื้นยุโรปต้องเอาปี๊ปคลุมหัวกัน แม้ตัวงานจะเบาลงจากอัลบั้มที่ชุดแล้วเล้กน้อย แต่ก็ยังคงไว้ด้วยริฟฟ์ และเมโลดี้เยี่ยมๆ รวมไปถึงเอกลักษณ์ กลิ่นอายในแบบเอเซียของเครื่องดนตรีพื้นเมิองจีนก็ยังมีครบถ้วน ทางวงจึงได้ดอดไปเซ็นสัญญากับสังกัดจากฟินแลนด์อย่าง Spinefarm ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึงในไทยเองก็มีสังกัดบางแห่งที่ถือสัญญาของค่ายนี้อยู่ เพียงแต่ตาไม่ถึงที่จะผลิตมันออกมา

Hypocrisy - A Taste of Extreme Divinity 

Origin: Sweden   USA
Genre: Melodic Death

แม้แนวทางของวงยุคหลังจะแตกต่างไปจากงานในยุคตั้งไข่อยู่มากๆก็ตาม แต่ก็ปฏิเสธไมไ่ด้ว่า A Taste of Extreme Divinity คืองานเมโลดิกเดธสุดโหดที่กลั่นกรองออกมาจากหัวกะบาลของชายชื่อ Peter Tägtgren ตัวเพลงดุดันในแบบเดธเมทัลแต่ก็แฝงไปด้วยริฟฟ์ที่เต็มไปด้วยเมโลดี้ฟังง่ายติดหู ทุกเพลงล้วนแล้วแต่ชวนโยกติดหูทั้งนั้น หน้าปกดูชั่วร้ายจนเห็นแล้วอาจจะคิดว่าพี่ Peter จะหันหลับไปเล่นซาวด์ในแบบยุคแรกๆก็ต้องผิดหวังหน่อยล่ะครับ เพราะตัวเพลงมันไมไ่ด้โหดอะไรเหมือนปกอัลบั้มเลย แต่ถ้าคุณคิดว่าพวกเมโลดิกเดธเมนสตรีมแบบ In Flames มันอ่อนไปสำหรับคุณ อัลบั้มนี้คือนิยามของเมโลดิกเดธแบบโหดๆ เพียงเสียแต่มันคงไม่โหดเข้าขั้นคำว่า "Death Metal"

 

 Between the Buried and Me - The Great Misdirect

Origin: USA
Genre: Progressive Metalcore

ก่อนที่พวกเขาจะมาถล่มเมืองไทยในเดือนมีนาคมปีหน้า ก็ต้องหาผลงานชุดล่าสุดมาฟังเสียก่อน และก็ไม่ผิดหวังเพราะนี่น่าจะเป็นอัลบั้มที่มีความซับซ้อนที่สุดที่วงเคยทำมาทีเดียวและทั้งหมดถูกเรียบเรียงออกมาได้ลงตัวอย่างเหลือเชื่อ นอกจากนั้นยังมีความไหลลื่นจนมองข้ามความยาวของแต่ละแทร็คออกไป หลายคนไม่ฟังเพราะเข้าใจว่าพวกเขาเป็นเมทัลคอร์ แต่ถ้าให้ระบุแนวจริงๆแล้วพวกเขาน่าจะเป็นวง โปรเกรซซีฟเมทัลที่มีกลิ่นอายของเมทัลคอร์มากกว่า และก็ไมไ่ด้ทำออกมาสักแต่ว่าซับซ้อนปัญญาอ่อนแบบที่วงกระแส โปรเกรซซีฟ เมทัลคอร์ ทำออกมาเสียด้วย ใครที่ยังไม่แน่ใจว่าจะไปดูพวกเขามั้ยในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ก็ลองเอาอัลบั้มนี้ไปฟังช่วยในการตัดสินใจครับ 

Artillery - When Death Comes 

Origin: Denmark
Genre: Thrash Metal

แม้ชื่อชั้นจะเป็นรองวงแธรชในยุคเดียวกันอยู่มาก แต่ก็ปฏิเสธไมไ่ด้ว่า Artillery คือหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของแวดวงแธรชจากประเทศเดนมาร์ก อัลบั้มชุดนี้คือผลงานชุดแรกหลังจากวงคืนชีพมา หน้าตาสมาชิกแต่ละคนก็แก่ไปเยอะครับ (เล่นเอาจำไมไ่ด้) เพียงแต่เพลงของพวกเขามันไมไ่ด้แก่ตามไปด้วย ยังคงเป็นแธรชเมทัลแบบอนุรักษ์นิยมอยู่ จนฟังแล้วไม่รู้สึกถึงความแตกต่างจากผลงานในอดีตเลยทีเดียว อุดมด้วยดนตรีบุกตะลุยในแบบแธรชเชอร์ น่าจะถูกใจคอแธรชที่ถวิลหาซาวด์เก่าๆครับ หลังจากที่วงอื่นๆอย่าง Testament หรือ Exodus พยายามหันเข้าหาซาวด์สมัยใหม่จนเลืมความซากดิบแบบดั้งเดิมแล้ว

Napalm Death - Time Waits For No Slave

Origin: UK
Genre: Grind/Death Metal

ถูกผลิตออกมาทะลวงรูหูกันตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2009  สำหรับผลงานชุดใหม่ของระเบิดนาปาล์มลูกเก่าแต่ความแรงไม่มีลดลงหนำซ้ำยังพยายามหนักหน่วงขึ้นอีกด้วย เสียงร้องของ Barney Greenway ฟังกี่ครั้งก็ยังสะใจ ถึงแม้ไม่กดต่ำเป็นเสียงหมูแบบวงรุ่นใหม่ก็ตาม ไม่น่าเชื่อครับว่ากินแต่ผลไม้แบบแกเอาพลังมาจากไหนมากมาย ทั้งหมด  14 เพลงความยาว 50 นาทีกว่าคือไม้ปั่นหูที่ทะลวงรูทวารของคุณได้อย่างเมามัน นี่คืออัลบั้มที่เอาไว้ฟังในวันแย่ๆที่อยากฆ่าใครซักคน

Killswitch Engage - Killswitch Engage II 

Origin: USA
Genre: Metalcore

ผลงานประเภทขายกันเน้นๆสำหรับอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ของวงขวัญใจเด็กแนวที่เรียกกันสั้นๆว่า KSE มาถึงตอนนี้กระแสของเมทัลคอร์น่าจะซาๆไปแล้วนะครับแต่อัลบั้มชุดนี้กลับทำออกมาได้เหนือความคาดหมายของผมมากที่เดียว เพราะทุกเพลงมีเมโลดี้ติดหูกันชนิดที่ว่าร้องตามกันได้ ดนตรีก็ทำออกมาให้ฟังได้ง่าย แต่ก็ยังไม่ทิ้งลูกเล่นต่างๆที่เคยมีมา ขายไม่ขายก็ยังหนีบเอา Brendan O'Brien โปรดิวเซอร์สายตลาดที่ฝากผลงานไว้กับวงร็อคหลายวงแล้ว ท่าคุณถวิลหาอัลบั้มเมทัลเมนสตรีมที่ฟังเพลินๆแบบไม่ต้องคิดอะไร อัลบั้มนี้ก็น่าจะเป็นงานในใจของคุณได้ไม่ยากครับ เพราะแต่ละเพลงมันติดหูดีจริงๆ

 

Inner [-]

Between the Buried and Me - The Great Misdirect

Origin: USA
Genre: Progressive Metal

งานดนตรีของวงนี้เริ่มพัฒนาไปสู่ความเป็นโปรเกรสสีฟเมทัลที่เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม และรายละเอียดในชุดนี้ทำให้ผมฟังได้อย่างเพลิดเพลินไปจนจบอัลบั้ม และผมว่างานนี้อาจจะเป็นมาสเตอร์พีฬของโปรเกรสสีฟเมทัลในยุค 2000s เลยก็ว่าได้ละ



Transatlantic - The Whirlwind

Origin: USA/UK/Sweden

Genre: Progressive Rock
ขออธิบายสั้นๆว่างานชุดนี้ สวยงาม และ อลังการ ที่สุดเท่าที่พวกเขาได้ทำกันมาแล้วละ สำหรับโบนัสแทร็คนั้นพวกเขาก็ทำได้อย่างไพเราะสมกับเป็นซูเปอร์กรุ๊ปที่รวม "ซูเปอร์" สมาชิกไว้ด้วยกันจริงๆ

Pain of Salvation - Linoleum EP

Origin: Sweden
Genre: Progressive Rock/Metal

กลับมาคราวนี้ แม้พวกเขาจะมีการเปลี่ยนสมาชิกกันไปบ้างแล้ว พวกเขาก็ยังมีอะไรใหม่ๆมานำเสนอให้ฟังกันเสมอ โดยเฉพาะภาคดนตรีที่คราวนี้ตั้งใจทำให้ดิบและดูย้อนยุค (ไปประมาณสัก 70s) งานนี้พอจะเดาทางได้แล้วว่าอัลบั้มเต็มจะเป็นอย่างไร ที่เหลือก็แค่รอเท่านั้น

The Dear Hunter - Act III: Life & Death

Origin: USA
Genre: Progressive Rock

งานนี้ขอพูดสั้นๆว่า ยิ่งพวกเขามีเติบโตขึ้น ดนตรีก็ยิ่งมีพัฒนาการมากขึ้นจริงๆ แต่ละเพลงนั้นสั้นกระชับ ทำให้คอนเซ็ปต์นั้นดูไม่น่าเบื่อจนเกินไป และในตอนนี้พวกเขาอาจจะเป็นวงโปรเกรสสีฟร็อคหน้าใหม่อีกหนึ่งวงที่น่าจับตามองที่สุด ณ เวลานี้

Nosound - A Sense of Loss
Origin: Italy
Genre: Progressive Rock/Ambient
งานชุดนี้เปรียบเสมือนการต่อยอดจากชุดที่แล้วที่มั่นคง และดูมีชีวิตชีวามากกว่าเดิมสำหรับ Nosound แต่พวกเขาก็ไม่ทิ้งความหม่นหมองและล่องลอยอันเป็นเอกลักษณ์ไปเลยแม้แต่น้อย



Sax Ruins - Yawiquo

Origin: Japan
Genre: Avantgarde/Free Jazz

ท่านทัตสึยะ โยชิดะกลับมาพร้อมกับโปรเจ็คใหม่แล้ว มาคราวนี้ไม่เอาเครื่องดนตรีอื่นๆมาเลย นอกจากกลองและแซกโซโฟนประสานเท่านั้นเอง แต่การเล่นนั้นโหด มันส์ ฮา ครบสูตร

John Zorn - Alhambra Love Songs

Origin: USA
Genre: Jazz

งานชุดนี้มีความไพเราะที่สุดและเรียบง่ายที่สุดของพี่ซอร์นในฐานะนักแต่งเพลงได้ละกระมัง ส่วนนักดนตรีทั้งสามคนที่แกเลือกมาก็ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน



Maudlin of the Well - Part the Second

Origin: USA
Genre: Avantgarde/Post Rock

ในที่สุด โทบี้ ไดรเวอร์ก็หวนคืนสู่วงหลักของตัวเองเสียที พวกเขากลับมาพร้อมกับดนตรีที่ดูสะอาดขึ้นกว่าก่อน แต่ก็ยังเต็มไปด้วยรายละเอียดที่งดงามกว่าตอนที่ทำกับ Kayo Dot หรือ Gregor Samsa เสียอีก



Alcest/Les Discrets Split

Origin: France
Genre: Shoegazing/Post Black Metal

ท่าน Niege กลับมาในนาม Alcest อีกครั้งหลังจากว่างเว้นจากชื่อนี้ไปถึงสองปี คราวนี้มาพร้อมกับ Les Discrets ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เคยทำ Amesoeurs ด้วยกันมานั่นเอง งานดนตรีของหนึ่งคนและหนึ่งวงนี้จึกออกมาคล้ายกัน แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีเอกลักษณ์ที่หาจับตัวยากเช่นเดิม



Yob - The Great Cessation

Origin: USA
Genre: Post Metal/Doom Metal

งานชุดนี้เป็นหนึ่งในงานที่ผมฟังบ่อยมากเพราะชอบภาคดนตรีที่หนักหน่วงและกดต่ำของพวกเขา แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอ เพราะเสียงร้องและเสียงคำรามในชุดนี้มีความโดดเด่นมากเป็นพิเศษ สิ่งที่ไม่ธรรมดาก็คือวิธีที่พวกเขาใส่เมโลดี้ลอยๆเข้าไปในภาคดนตรีอันแสนกดดันนี้เอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

Comment

Comment:

Tweet

If you would like to enlarge your knowledge close to this good post, look for thesis writing service or dissertation writing service and order professional example of thesis over there.

#4 By VelezMARIETTA (91.212.226.143) on 2011-11-21 06:13

/เข้ามาอ่านช้าไปมากโข 55+

ดีใจจัง เจอคนที่ชอบ Breaking Benjamin เหมือนกัน
รักวงนี้มาก cry
โดยเฉพาะอัลบั้มล่าสุดเบนนี่หายเจ็บคอแว้ว cry

#3 By a r v e n n a z on 2010-06-01 17:25

ตามมาจากเวบ soccersuck คับ ไม่ใช่คอเพลงmetal แต่อ่านแล้วอยากลองหามาฟังหลายๆวงเลยครับ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ

#2 By mormu (124.122.168.206) on 2010-01-05 22:26

ที่ผมชอบมากปีนี้ก็มี
Between the Buried and Me
Muse
Pearl Jam
Alice in Chains
Blur (รวมฮิต)
Dream Theater

ของไทยก็
Desktop Error
Talkless
Plot
Swirling Light ep
Sleeper 1
Knock The Knock ep

ที่เหลือยังนึกไม่ค่อยออก

#1 By runangel on 2010-01-05 15:05

Recommend