Rhapsody of Fire

posted on 14 May 2010 13:18 by rebirthera in Band-of-the-Week

 

หลังจากหายหัวไปจากแวดวงโดยไม่มีการทัวร์ถึง 3 ปีเต็ม ในที่ด Rhapsody of Fire ก็กลับมาอีกครั้งกับอัลบั้มใหม่ The Frozen Tears of Angels ที่จะสานต่อตำนานมหากาพย์ The Dark Secret ที่เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น วันนี้เรามาจับเข่าคุยกับ Alex Staropoli มือคีย์บอร์ดและแกนนำหลักร่วมกับ Luca Turilli ที่จะออกมาไขข้อสงสัยทั้งหมด รวมถึงพูดคุยในประเด็นต่างๆที่น่าสนใจด้วย  

Q : โอเค ขอประเดิมคำถามแรกก่อนเลยแล้วกัน หลังจากที่ออกอัลบั้ม Triumph or Agony มา Rhapsody of Fire ก็หายหัวไปเลยนี่หว่า ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่าที่หายๆกันไปนี่ทำอะไรบ้างครับ แล้วปัญหาฟ้องร้องกับต้นสังกัดเดิมของคุณอย่าง Magic Circle นี่จบสิ้นแล้วหรอ

Alex : แม่ง ! กูสัมภาษณ์มาแทบทุกสื่อ แม่งก็ยิงคำถามข้อนีี้เป็นข้อแรกตลอดเลยว่ะ เราก็ใช้เวลาช่วงที่หายๆไปเขียนเพลงในอัลบั้มชุดใหม่น่ะสิ แล้วก็ไปพักผ่อนกันบ้างตามอัธยาศัย แต่พวกเราก็อยากกลับมาเล่นดนตรีกันเร็วๆนั่นล่ะ เพราะงั้นพอไฟเขียวเราถึงได้รีบจัดการเข็นอัลบั้มชุดนี้ออกมาให้แฟนๆฟัง ส่วนเรื่องปัญหาฟ้องร้องกับอดีตต้นสังกัดเรา คือศาลยังไม่อนุญาติให้เราพูดเรื่องนี้ออกไปกับสื่อว่ะถึงผมจะอยากแฉให้พวกคุณฟังก็เถอะ

 

Q : การที่คุณหายไป 3 ปีเนี่ย มันส่งผลเสียอะไรที่ตัววงบ้างมั้ย

Alex : ผมจะมาคิดถึงเรื่องนั้นหลังจากที่อัลบั้มออกมากระแทกหูคุณแล้วว่ะ เราเล่นโชว์ครั้งสุดท้านคือเดือนพฤษภาคมปี 2007 จากนั้นก็ไม่โผล่หน้ามาเลย 3 ปี สำหรับวงๆนึงช่วงเวลา 3 ปีมีความหมายมากๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกผลงานใหม่ การทัวร์ หรือการเป็นที่จดจำ แต่สำหรับผมมันก็ไม่ใช่การรอคอยที่ยาวนานอะไรขนาดนั้นหรอก ทันทีที่พวกเขาไฟเขียวเรื่องอัลบั้มใหม่ เราก็ติดต่อแฟนเพลงของเราทันที เพราะเราอยากให้พวกเขารู้ว่าเรายังมีชีวิตอยู่นะเฟ้ย แต่แฟนของ Rhapsody of Fire เป็นแฟนเพลงที่ดีที่สุดในโลกเลยว่ะ เพราะพวกเขายังเชื่อในเราและก็ตื่นเต้นมากๆกับอัลบั้มใหม่ที่กำลังจะออกมา

Q : มันก็มีวงอย่าง Symphony X ที่เขาทิ้งช่วงการออกอัลบั้มนานมากๆ แถมทัวร์กันน้อยมากด้วย ถึงแม้พวกเขาจะได้รับการยอมรับว่าเป็นหัวหอกของแวดวงพร๊อกเพาเวอร์ แต่เรืื่องยอดขายอัลบั้มหรือการประสบความสำเร็จในวงกว้างนั้นยังห่างไกลมากถ้าเทียบกับวงในแวดวงเดียวกัน คุณคิดว่าวงดนตรีจะมีวิธียังไงไม่ให้ตัวเขาหายไปจากสื่อล่ะ

Alex : ผมว่ามันเป็นการตัดสินใจขอพวกเขาที่จะทำแบบนั้นมากกว่านะ ผมชอบ Symphony X แล้วก็เคยดูพวกเขาเล่นมาหลายครั้งเหมือนกัน แล้วเพลงของพวกเขามันก้ดีมากๆการที่เขียนเพลงเยี่ยมๆแบบนั้นออกมา พวกเขาคงไม่ออกอัลบั้มกันแบบปีต่อปี มันต้องใช้เวลาในการเขียนเพลงเพื่อให้ได้วัตถุดิบที่ดีที่สุดนั่นแหละ แต่สำหรับผม ผมมองว่ามันสำคัญมากที่คุณจะต้องออกอัลบั้ม ออกทัวร์ แล้วก็ออกอัลบั้มอย่างต่อเนื่องกัน ซึ่งต่อไปวงของเราก็จะเป็นแบบนี้ จะไม่มีการทิ้งช่วงออกอัลบั้มยาวๆแบบนี้อีกแล้ว

Q :การที่คุณหายไปนานๆแบบนี้ คุณมีวิธียังไงทำให้แฟนๆไม่ลืมพวกคุณครับ

Alex :  มันไม่มีวิธีการอะไรหรอก ถ้าคุณต้องการเขียนอัลบั้มดีๆออกมาซักชุด มันก็ต้องใช้เวลา คือผมว่าสำหรับแฟนเพลงแ้ล้วเขาก็ต้องรอคอยอัลบั้มใหม่ของศิลปินที่เขาชอบทุกคนแหละ แต่ศิลปินที่เราชอบบางคนเขาก็ไม่ได้ออกอัลบั้มกันทุกปี ดังนั้นมันก็ต้องรอ ผมชอบวงอย่าง Alter Bridge นะ และพวกเขาก็ไมไ่ด้ออกอัลบั้มทุกปีด้วย อย่าง Van Helen ที่ว้างเว้นจากการออกอัลบั้มไปนานมาก แต่ผมก็รอคอยอัลบั้มใหม่ของเขาอยู่เหมือนกัน คือของดีมันต้องรอว่ะ

Q : ในอัลบั้มใหม่ The Frozen Tears of Angels คุณบอกว่าชุดนี้เป็นอัลบั้มที่มืดหม่นที่สุดตั้งแต่ที่ทำมา แต่ผมฟังแล้วแม่งก็ไม่เห็นมืดหม่นตรงไหนเลย หรือว่าเป็นเรื่องเนื้อเพลงกันแน่ว่ะ

Alex : เพลงในอัลบั้มบ่งบอกถึงเนื้อเรื่องของภาคนี้  ซึ่งมันเป็นฉากของดินแดนน้ำแข็งอันหนาวเหน็บ ซึุึ่งเราภูมิใจมากที่เราทำให้เพลงในอัลบั้มสามารถสะท้อนเรื่องราวของภาคนี้ได้ และก็มีอาร์ตเวิร์กของบุคเลตที่ออกแบบมาได้สวยงามมากๆ คือเราอยากให้เพลงในอัลบั้มชุดนี้ฟังแล้วรู้สึกเย็น เราเลยใช้พวกอคูสติกกีตาร์และเอฟเฟคต่างๆเพื่อสร้างบรรยากาศตรงนั้น ตอนนี้คุณคงถึงบางอ้อแล้วสิ ฮ่าๆ คือถ้าเทียบกับอัลบั้มที่ผ่านมา พวกเขาชอบทำเพลงที่มีบรรยากาศแบบสนุกๆเหมือนในอัลบั้ม Emerald Sword ซึ่งเต็มไปด้วยเมเจอร์คีย์เยอะมาก แต่สำหรับชุดนี้เราไม่ทำแบบนั้นแล้ว ทุกเพลงจะขึ้นมาด้วยริฟฟ์กีตาร์อหังการของ Luca แล้วก้เน้นในส่วนคีย์บอร์ดมากขึ้น ลดพาร์ทออเครสตร้าลง ซึ่งมันก็ยังคงเป็นงานของ Rhapsody of Fire อยู่ แค่นำเสนอออกมาในแนวทางที่ต่างกันก็เท่านั้นเอง

Q : คือผมว่าอัลบั้มของพวกคุณจะมีองค์ประกอบคล้ายๆกันหมดเลย คือเปิดอัลบั้มด้วยอินโทร แล้วก็ตามด้วยเพลงที่เร็ว เพลงที่มีเครื่องดนตรีพื้นเมือง เพลงบัลลาด แล้วก็เพลงที่มีความเป็นเอพิกโคตรๆอีกซักเพลงเป็นเพลงปิดอัลบั้ม ผมพูดถูกมะ

Alex : อืม มึงนี่เป็นแฟนของวงกูตัวจริงเลยว่ะ ถูกต้อง ! นั่นล่ะคือการทำงานของเรา เรามักเริ่มเขียนดนตรีจากชื่อเพลง ซึ่ง Luca จะเป็นคนแต่งขึ้น และเราก็ต้องการให้เพลงในอัลบั้มมีอารมณ์หลากหลายด้วย เรามักเริ่มต้นด้วยเพลงอินโทร เพราะเราชอบเอาอินโทรขึ้นไปใช้เป็็นเพลงแรกเวลาเราเล่นสดเรามักเริ่มเขียนเพลงกันแบบหยาบๆ เร็วๆ ส่วนเนื้อเพลงก็อาจจะเขียนเป็นภาษาอิตาลี ไม่ก็อังกฤษแล้วแต่จังหวะ แล้วค่อยเอามาขัดเกลาให้สมบูรณ์ การที่เราเขียนเพลงหลายสไตล์มันก็น่าจะมาจากรสนิยมการฟังเพลงของเรานั่นล่ะ ส่วนข้อสังเกตเรื่องการเรียงเพลงที่คุณบอกมานั้น ผมยอมรับเลยว่ามันคงเป็นธรรมเนียมของวงเราไปแล้วว่ะ

Q : แสดงว่าคุณเริ่มเขียนเพลงมาจากเนื้อเรื่องก่อนน่ะสิ เพราะผมเห็นวงส่วนใหญ่เขามักตอบว่าดนตรีมาก่อนแล้วเนื้อเรื่องค่อยตามมา

Alex : เราคงไม่เหมือนใครมั้ง สำหรับเราชื่อเพลงจะมาก่อนดนตรีที่เขียนเสมอ โดย Luca เป็นคนเขียนและกำหนดฉากต่่างๆในเนื้อเรื่องออกมาเป็นชื่อเพลง จากนั้นพวกเราทุกคนก็ได้เห็นชื่อเพลงของเขาและออกแบบดนตรีมาให้เข้ากับเนื้อเรื่องนั้น แต่การทำงานแบบนี้มันก็อาจจะเป็นข้อเสียเหมือนกัน เพราะตอนที่พวกเราทำอัลบั้มแรก เรามักชอบเขียนเพลงยากๆที่บางครั้งก็ไม่สามารถเอาไปเล่นบนเวทีได้ออกมาหลายเพลงเหมือนกัน แต่ในระยะหลังมานี่เราพยายามเขียนเพลงให้เหมาะกับนำไปใช้เล่นสดมากที่สุด

Q :  ชื่อเพลง หรือ เนื้อเพลงมาก่อนกันแน่ ผมเริ่มงง

Alex : ชื่อเพลงมาก่อน Luca เป็นคนเขียนมันขึ้นมา อัลบั้มนึงก็อาจจะมีซัก 12 ชื่อ จากนั้นเราก้เริ่มเขียนดนตรีทีไ่ด้แรงบันดาลใจมาจากชื่อเพลงนั้น ส่วนของออเครสตร้าทั้งหมดผมเป็นคนจัดการเอง หลังจากนั้น Luca ถึงค่อยมาเขียนเนื้อเพลง

Q : ถ้าวันนึงเนื้อเรื่องที่ Rhapsody of Fire เขียนจบลงแล้ว คุณยังจะทำคอนเซปอัลบั้มแบบต่อเนื่องอีกมั้ย หรือคุณจะหันมาเขียนเพลงแบบธรรมดาๆที่ชาวบ้านเขาทำกัน

Alex : ไม่รู้เหมือนกัน เพราะเนื้อเรื่องในภาคนี้มันก็ยังไม่จบในเร็ววันนี้แน่ ส่วนถ้าจบภาคนี้แล้วเราจะทำอะไรต่อนั้น ผมก็ยังบอกไม่ไ่ด้หรอก เราอาจจะทำภาคต่อ หรือทำอัลบั้มที่ไม่ใช่คอนเซปซักชุดก้ได้ ดีไม่ดีเราอาจจะลองเปลี่ยนสไตล์ดูมันก็ไม่แน่เหมือนกัน

Q :  บอกตามตรงว่าก่อนงานชุดนี้จะออกมา ผมก็แอบเสียวเหมือนกัน เพราะอัลบั้มที่แล้วอย่าง Triumph or Agony ดูเหมือนจะได้รับเสียงก่นด่าจากแฟนเพลงพอสมควรที่ทางวงเปลี่ยนทิศทางไปเล่นช้าๆ แล้วก็มีความเป็นซาวด์แทรคมากกว่าเพลงเมทัล แต่กับอัลบั้มนี้ดูเหมือนคุณจะกลับไปเล่นเร็วๆแบบเดิมอีกแล้ว ทำไมทำอย่างนั้นล่ะ หรือกลัวโดนด่าอีก

Alex : ไม่กลัวโดนด่าหรอก ที่อัลบั้ม Triumph or Agony มันช้าแบบนั้นก้เพราะเราต้องการให้มันเป็นแบบนั้น เพลงใน Triumph or Agony มันท้าทายเวลาเราเล่นคอนเสิร์ตด้วยเพราะมันค่อนข้างช้าผิดกับเพลงเก่าๆที่เราเน้นสปีดเป็นหลัก การที่เล่นแต่เพลงเร็วๆมันไม่ใ่ช่ว่าดีหรอกนะ เพราะบางครั้งคุณก็มองข้ามรายละเอียดที่สำคัญไปด้วย ส่วนเพลงที่ช้าๆคุณต้องใส่ใจรายละเอียดในการเล่นมันมากขึ้น ซึ่ง Triumph or Agony ก็ตอบโจทย์พวกเราทุกอย่างเพราะเราต้องการอัลบั้มที่ช้า ซับซ้อน แล้วก้อลังการด้วย ส่วนอัลบั้มนี้ก็มีการคุยกันไปแ้ล้วว่าต้องการใ้ห้มันฟังดูบ้าพลังโดยเฉพาะพาร์ทกีตาร์ ซึ่งมันก็ออกมาอย่างที่ได้ฟังนั่นแหละ

Q : คือถ้าฟังชุดนี้เทียบกับชุดแรกๆที่คุณทำมา ผมว่ามันเจ๋งกว่าเยอะเลยนะ

Alex : มันก็แหงอยู่แล้วสิ แต่ผมว่าอัลบั้มทุกชุดของเรามีคาแรกเตอร์ที่ไม่เหมือนกันนะ บางชุดก็มีความอลังการมาก บางชุดก้ไม่ แล้วไอ้ชุดแรกๆที่คุณบอกมา เรายังไม่มีทุนขนาดนั้น เราใช้แค่คีย์บอร์ดธรรมดาๆเล่นมันออกมาเท่านั้นเอง อาจจะมีพวกเครื่องสายบ้าง แต่กับอัลบั้มนี้เราต้องการส่วนของออเครสตร้ามันมีพลังจริงๆ และก็ต้องการให้มันฟังเป็นเพลงเมทัลด้วย หลายคนมองว่าพวกเขาชอบโชว์เทพข่มวงอื่น แต่จริงๆมันไม่ใ่ช่ เราแค่ต้องการเขียนเพลงดีๆออกมาเท่านั้นเอง ทุกอย่างออกมาจากความบริสุทธิ์ในจิตใจของเราจริงๆ

Q : คุณบอกว่าเมื่อก่อนคุณชอบเขียนเพลงยากๆที่เอาไปเล่นสดไม่ไหว แต่ผมว่าเพลงในชุดนี้แม่งก็ยากนะ แล้วงี้คุณจะเอาไปเล่่นสดไหวจริงๆหรอ

Alex : เล่นได้สิ เพราะอัลบั้มชุดนี้เราเขียนมาเพื่อเอาไปใช้เล่นสดจริงๆทุกเพลง ไม่เหมือนกับอัลบั้มชุดก่อนๆของเราที่จะมีบางเพลงที่ไม่สามารถเอาไปเ่ล่นสดได้ แต่แน่นอนว่าเวลาเล่นผมก็ต้องขนแซมเปิลไปเต็มอัตราศึก และจะเปิดมันไปด้วยเวลาเล่น ผมว่าเพลงในชุดนี้มันเอาไปเล่นสดได้ง่ายกว่าชุดอื่นจริงๆ ผมว่าคนที่เหนื่อยที่สุดหน้าจะเป็น Luca ที่ปล่อยของไว้เยอะเหลือเกินในงานชุดนี้

Q : แล้วเราจะมีโอกาสได้ดู Rhapsody of Fire เล่นสดร่วมกับวงออเครสตร้าจริงๆบ้างมั้ย

Alex : แน่นอน หลายคนถามถึงมัน และเราเองก็คิดถึงไอเดียนี้มาโดยตลอด ปัญหาเดียวคือการจ้างวงออเครสต้าแม่งต้องใช้เงินเยอะว่ะ แต่เราก็เคยคิดว่าวันนึงเราอาจจะจัดโชว์พิเศษแบบนั้นขึ้นมาซักโชว์ ซึ่งผมหวังว่าจะมีซักวันที่เราได้ทำแบบนั้น และมันต้องเป็นของขวัญที่พิเศษสุดสำหรับแฟนๆแน่นอน

Q :  Tokien คือบุคคลที่มีอิทธิพลต่อเนื้อเพลงของวงคุณมากที่สุดคุณหนึ่ง แต่ Luca รู้สึกว่าจะไมไ่ด้อ่าน Lord of the Ring ใช่มั้ย แล้วแบบนี้พวกคุณเคยถูกก่นด่าจากพวกแฟนๆหัวรุนแรงของ Tokien มั้ย

Alex : ก็มีบ้าง ซึ่งมันเป็นเรื่องจริงที่  Luca ไม่ได้อ่าน Lord of the Ring แต่ถึงแบบนั้นเขาก็สามารถเขียนเนื้อเพลงให้ออกมามีอารมณ์แบบนั้นไ้ด้ แต่ไม่ใ่ชแค่เราหรอกที่โดนพวกแฟน Tokien หัวรุนแรงด่า เพราะคนทำ Lord of the Ring เป็นหนังก็คงประสพชะตากรรมแย่กว่าเราเยอะ ฮ่าๆๆ

Q : คุณเคยคิดเอาเนื้อเรื่องของ Rhapsody of Fire ไปสร้างเป็นภาพยนตร์มั้ย 

Alex : ก็มีคิดๆไว้บ้างนะ แต่ก็ไม่คิดหรอกว่ามันจะเป็นจริงน่ะ ปัญหาก็อย่างที่บอกไปคือเรื่องเงิน และการเอาเรื่องที่เราเขียนไปสร้างเป็นหนังมันก็ต้องใช้ทุนมาก ซึ่งต้องหมดไปกับสเปเชียลเอฟเฟคต่างๆ และมันก็คงเป็นเงินมหาศาลมากๆ

Q : MV ตัวใหม่ทำไมทุนต่ำจังว่ะ

Alex : อยากจะบอกว่านี่คือข้อเสียในอาชีพของเรา เพราะจริงๆเราก็อยากทำ MV ให้มันอลังการเหมือนตัวเพลง แต่ปัญหาก็คือเรื่องเงินอีกแล้ว ซึ่งเอมวีตัวแรกๆที่พวกเราทำ Luca กับผมต้องควักตังจ่ายกันเองเพื่อจะถ่ายทำมัน เราทุ่มทุนการสร้างไปมาก แต่ผลตอบรับคือเราโดนไอ้พวกปากหมาด่าว่าเป็นพวกงี่เง่า แต่ก็ช่างแม่งเพราะเราก็ประสบความสำเร็จกับอัลบั้มพวกนั้นแต่ไม่ใช่วงเราหรอกที่ประสบปัญหาเรื่องพวกนี้ ขนาดวงที่ดังๆอย่าง Nightwish พวกเขาทำเพลงอลังการ แต่ก็มาตายที่ตัว MV เหมือนกัน แต่อย่างว่างั้นว่างี้เลยนะ ผมว่า MV ตัวใหม่ของเราก็ดูดี มันอาจจะไม่ออกมาอลังการ หรือเอพิกเหมือนเพลงก็เถอะ

Q : คำถามสุดท้ายนะ คุณคิดยังไงกับพวกวงล้อเลียนบ้าง วงอย่าง Nanowar ที่เล่นดนตรีล้อเลียนวงอย่าง Manowar, Iron Maiden แล้วก็ Rhapsody of Fire  โดยเฉพาะ Nanowar นี่ถึงขนาดเปลี่ยนชื่อวงเพื่อล้อเลียนคุณเป็น Nanowar of Steel แล้วพวกเขาก็มีเพลง Power of the Power of the Power of the Power of the Great Sword เพื่อล้อเลียนพวกคุณอีกต่างหาก คุณคิดยังไงครับ

Alex : จะบอกว่านี่แม่งเป็นคำถามที่เจ๋งที่สุดที่เคยมีคนถามผมเลยว่ะ ไม่เคยมีใครถามข้อนี้มาก่อนเลย ฮ่าๆ ผมไม่ได้สนใจอะไรพวกเขานักหรอก แต่คนส่วนใหญ่จะหัวเราะเยาะเราจากบุคเลตมากกว่าเพลงของพวกเราและชอบมองว่าเราทำสิ่งงี่เง่าอยู่ แต่ความจริงแล้วเราโคตรซีเรียสกับสิ่งที่เราทำอยู่ อย่างอัลบั้มนี้เราก็พยายามนำเสนอมันให้ออกมาดููซีเรียสที่สุดเท่าที่ทำได้แล้ว ดังนั้นคุณจะเห็นว่าอัลบั้มนี้คืออัลบั้มแรกที่เราเอาภาพกราฟฟิึคมาทำเป็นปกเพราะเราอยากสร้างบรรยากาศที่ดูจริงจัง ไม่อยากให้มันออกมาการ์ตูนๆแบบชุดเก่า นอกจากนี้ยังมีในส่วนของพร๊อบบนเที ที่เราพยายามออกแบบมาให้มันดูขึงขังขึ้น ก้เดียวรอดูตอนที่เราไปทัวร์แล้วกันครับ

 


 

Comment

Comment:

Tweet

ทางวงคิดถูกแล้วที่เปลี่ยนแปลงการเล่น เพราะทำให้ผมเริ่มมาฟังเพลงของวงนี้^^

#5 By Siwawuth on 2011-03-19 02:24

โห๊ยยย..... 250 บาท ถูก!

เกินคุ้มครับ 555++

เข้าดูทีเว็บของ เพลตตินั่ม เลยใช่ป่าวครับ

ขอบคุณมากครับ

^ ^

#4 By PrINce_Of_DArkNeSz (118.174.65.43) on 2010-08-05 23:25

ของค่ายแพลตตินั่มเหมือนจะมีนะครับ

250 บาท ที่ เมนูเพลง (คาดว่านะ)

#3 By RE Group on 2010-08-05 05:50

วง Galneryus หา CD ไม่ได้ งั้นต้องเปลี่ยนมาเป็น

Rhapsody แทนก็ได้ น่าจะมีขายป่าวครับในบ้านเรา

อยากได้อ่าาา.... ใครมีช่วยตอบผมที คริคริ

#2 By PrINce Of DArkNeSz (180.180.57.100) on 2010-08-05 02:31

ยังไม่ได้ฟังเลย ลุ้นมาก เห็นชุดนี้มีคนบอกว่ามันส์

#1 By Pe (124.122.13.101) on 2010-05-21 18:51

Recommend