The Heaviest Album Of 2010

posted on 07 Jan 2011 11:23 by rebirthera in Special
สิ้นปี 2010 กับงานเพาเวอร์ที่ดาหน้ามาชำเราหูอย่างไม่ขาดสาย คงไม่ต้องสาธยายมาก ไปดูกันเลยดีกว่าว่าในปีสุดท้ายก่อนสิ้นทศวรรษนี้มีอะไรเจ๋งออกมาให้เราฟังบ้าง
 
<[-I-Wisss-I-]>
 
 
Rhapsody of Fire - The Frozen Tears of Angels
 
ตั้งแต่ลูก้าบอกว่าจะทำภาคต่อของตำนานดาบแก้วมรกต ก็ยังไม่อัลบั้มไหนที่ทำให้ผมถูกใจได้เท่าุชุดนี้เลยจริงๆ ไล่ตั้งแต่อาร์ตเวิร์กที่นำเอาภาพกราฟฟิคมาใช้เป็นครั้งแรก (ปกชุดอื่นๆใช้ภาพวาด) รวมถึงธีมหลักของเพลงที่เน้นความมืดหม่นเยือกเย็นเป็นหลัก แต่บทจะโหดก็โหดสมอยากโดยเฉพาะลูก้าที่มักโดนดูถูกเรื่องฝีมือกีตาร์ก็ปล่อยของกันเต็มที่เป็นการถีบเสกหน้าคนที่ก่นด่าแต่ไม่ช่วยสร้างสรรค์ได้สะใจมากๆ เรียกว่าเป็นการกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ที่แย่งซีนวงอื่นๆไปเลยในปี 2010 นี้
 
 
Caravellus - Knowledge Machine
 
กลายเป็นวงหน้าใหม่จากบราซิลที่มาแรงสุดๆไปเสียแล้วสำหรับวงจากเมืองเล็กๆริมทะเลวงนี้ เรียกว่าเป็นคนละวงกันเลยถ้าเอาไปเทียบกับการชุดแรก สืบเนื่องเปลี่ยนไลน์อัพใหม่กันยกกระจาด แต่แกนนำหลักอย่าง Glauber Oliveira ยังทำหน้าที่แต่งเพลงเช่นเดิม ดนตรีผสมผสานโปรเกรซซีฟเพาเวอร์เข้ากับความสลับซับซ้อนแบบเทคนิคัล ซาวนด์บันทึกออกมาได้คมกริบ จึงต้องเชียร์กันสุดๆเพราะงานพวกเขามันดีเวอร์จริงๆ
 
 
Accept - Blood of the Nations
 
กลับมาทวงบัลลังก์เมฆได้อย่างยิ่งใหญ่สำหรับวงรุ่นพ่อ แม้ว่าพวกเขาจะห่างหายไปนานเนื่องจากแกนนำหลักของวงอย่าง Wolf Hoffmann ใส่ใจกับการจับกล้องมากกว่ากับจับกีตาร์ แต่แล้วเมื่อเวลานั้นมาถึงคลาสสิคไลน์ก็กลับมารวมตัวอีกครั้ง แม้ว่าจะปราศจากกระบอกเสียงอย่าง UDO ก็ตาม กระนั้นผู้มาแทนอย่าง Mark Tornillo ก็ทำได้ดีไม่เสียราคาคุย เรียกว่าเป็นการกลับมาที่ยิ่งใหญ่และทวงศักดิ์ศรีแห่งเจ้าพ่อเยอรมันเมทัลที่ยังมีชีวิตอยู่
 
 
Kamelot - Poetry for the Poisoned
 
ไม่ต้องเขียนอะไรมากก็ได้สำหรับวงนี้ เพราะแต่ละครั้งที่พวกมันออกงานมาก็มักยกระดับของซาวนด์ไปอีกขั้นหนึ่ง มาคราวนี้แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกเล็กน้อยแต่ก็ไม่ทำให้พวกเขาสั่นคลอน กลับมั่นคงและนำเสนอแนวทางใหม่ๆที่ไม่มีในอัลบั้มที่ผ่านมา ยิ่งอาร์ตเวิร์กก็ยิ่งสื่อถึงความกล้าคิดและนำเสนอ จึงกลายมาเป็นผลงานที่ไม่พูดถึงก็ไม่ได้สำหรับปี 2010 น่าเสียดายที่หลังจากออกอัลบั้มนี้ได้ไม่นาน Roy Khan กระบอกเสียงก็ดันมาป่วยเรื้อรังจนต้องเหน็บคนอื่นออกทัวร์ร้องแทน น่าเสียดายจริงๆ
 
 
Tierramystica - A New Horizon
 
หลังจากเดโมแรกอย่าง New Eldorado ออกมาสร้างความฮือฮาในแวดวงไปแล้ว พวกเขาก็ไดฤกษ์ออกอัลบั้มเต็มชุดแรกเสียที แม้มันจะออกมาเงียบๆแต่ตัวเพลงกลับเหนือชั้นด้วยการผสมผสานดนตรีพื้นเมืองของชนเผ่าอาระยันกับเพาเวอร์เมทัลสไตล์บราซิลเลียนที่เจริญรอยตามรุ่นพี่อย่าง Angra มาติดๆ นับว่าเป็นงานที่น่าชื่นชมแนวทางและความกล้าในการนำเสนอจริงๆ
 
 
Van Canto - Tribe of Force
 
อีกหนึ่งวงที่ผมชอบจับผิดพวกเขาบ่อยๆกับเจ้าของแนว Power A Cappella หนึ่งเดียวของโลก ที่ยิ่งทำอัลบั้มออกมาก็ยิ่งทำได้ดีขึ้นราวกับว่าพวกเขาไม่เคยหมดมุขกับการทำงานเลย แม้ในอัลบั้มนี้จะเิริ่มแหกกฎด้วยการนำเครื่องดนตรีจริงๆมาใช้แทนเสียงร้องบ้างแต่ก็ไม่ทำให้งานเสียอัธรสแต่อย่าง กลับยิ่งทำให้ฟังดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ไม่แปลกที่พวกเขาดังไปทั่วโลกในช่วงเวลาไม่กี่ปี อยากรู้เหมือนกันว่าอัลบั้มชุดต่อไปจะออกมาเป็นอย่างไร จะทำให้เราอึ้งอีกครั้งเหมือนในอัลบั้มนี้หรือจะแป๊กก็สุดแล้วแต่จะรู้
 
 
Magic Kingdom - Symphony Of War
 
ห่างหายกันไปจนคิดว่าปิดอู่กันไปแล้วสำหรับเพาเวอร์จากเบลเยี่ยมที่เคยสร้างความฮือฮาเมื่อราวๆปี 6 ที่ก่อนกับอัลบั้มชุดที่ 2 อย่าง Metallic Tragedy กลับมาคราวนี้แม้จะมีการเปลี่ยนไลน์อัพกันยกชุด แต่คนที่เข้ามาแทนอย่าง Olaf Hayer และ Philippe Giordana ก็จัดว่าระดับทอปของวงการ ตัวเพลงเป็นนีโอคลาสสิคเพาเวอร์เน้นความว่องไวของกีตาร์และความอลังการบุกตะลุยเป็นหลัก ไม่ผิดหวังจริงๆที่รอกันมาถึง 6 ปีเต็มกับอัลบั้มนี้
 
 
 
Ancient Bards - The Alliance of the Kings
 
หน้าใหม่มาแรงจากอิตาลีที่เจริญรอยตามรุ่นพี่อย่าง Rhapsody of Fire มาเป๊ะ ไม่ว่าจะเป็นดนตรีซิมโฟนิคเพาเวอร์เมทัลที่เนื้อหาเป็นคอนเซปต่อเนื่องราวกับภาพยนต์ฮลลลีวูด โดยพวกเขานำเสนอ The Black Crystal Sword Saga ตำนานบทใหม่ที่ดูจากชื่อก็เข้าใจได้ว่าเลียนแบบ ROF เห็นๆ แต่ตัวเพลงก็ทำได้ดีเกินคาด หนำซ้ำยังมีนักร้องนำหญิงเสียด้วย เรียกว่าแม้จะเป็นงานโคลนนิ่งแต่กลับทำได้ดีกว่าตัวต้นแบบเองในหลายๆชุด หวังว่าจะมีชุดใหม่ออกมาให้ฟังเร็วๆนะครับ
 
 
Versailles - Jubilee
 
ผลงานชุดที่สองจากวงวิชวลเคย์เพาเวอร์ที่เคยโด่งดังกันไปกับงานชุดที่แล้วอย่าง Noble แม้แนวทางในชุดนี้จะกระเดียดออกไปทางตลาดมากขึ้น แต่ตัวเพลงก็ยังยอดเยี่ยมอยู่เช่นเดิม รวมถึงเสียงร้องของ Kamijo ก็ได้โชว์ความหลากหลายมากขึ้นด้วย โปรดักชั่นอลังการงานสร้างทั้งอาร์ตเวิร์กและการบันทึกเสียงสมกับมาอยู่ในอ้อมออก Warner Music จริง แต่ผมก็ไม่แปลกใจนะถ้าอัลบั้มชุดต่อๆไปพวกเขาจะถอยห่างออกจากเพาเวอร์เมทัลมากขึ้นเรื่อยๆน่ะ
 
 
Avantasia - The Wicked Symphony & Angel of Babylon
 
หลังจากพี่โทเบียสเพี้ยนไปพักใหญ่และเข็นงานห่วยๆออกมาติดกันจนผมเริ่มหมดหวังกับเขาแล้ว จู่ๆเขาก็กลับมาทอปฟอร์มได้อีกครั้งกับโปรเจคนี้ หนำซ้ำยังดึงแขกรับเิชิญมาร่วมสังฆกรรมหลายสิบชีวิต โดยหนึ่งในนั้นคือปู่ Klaus Meine จากแมงป่องผยองเดชด้วย ส่วนตัวเพลงก็ัยังคงเป็นซิมโฟนิคเพาเวอร์เ้ข้มๆ สองชุดนี้ออกในเวลาไล่เลียกันแต่มันก็ดีจนไม่รู้จะเลือกว่าชุดไหนดีกว่ากัน เอาเป็นว่าไปเป็นแพคคู่แบบนี้ล่ะครับ 
 
 
<-!ANuBiS!->
 
 
Kamelot - Poetry For The Poisoned
 
พัฒนาไปอีกขั้นด้วยซาวนด์ที่มืดหม่นและมีความเป็นโปรเกรสซีฟมากขึ้น การเสียเกล็น แบร์รี่ไปไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรเลย เพราะคนที่มาแทนอย่างชอน ทิบเบตต์ที่เคยอยู่กับวงในช่วงสั้นๆมาแล้วสามารถเป็นตัวแทนได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง โปรดักชั่นยังคงอลังการตามแบบฉบับของ Kamelot ไม่ว่าจะเป็นแพ็กเกจ การบันทึกเสียง หรือมิวสิควีดิโอ ถือว่าทำออกมาได้มาตรฐาน และกว่าที่เราจะได้ฟังอัลบั้มหน้าของพวกเขาผมว่าคงไม่ใช่ในปีสองปีข้างหน้าอย่างแน่นอน เพราะตารางทัวร์คงชุกไม่แพ้ครั้งไหนๆ
 
 
Rhapsody Of Fire - The Frozen Tears of Angels
 
หลังจากลูก้า ตูริลลี่โดนดูแคลนไปเยอะว่าเล่นกากลง เขาก็ไม่อยู่ให้ด่าฟรี ออกมาตอกหน้าคนปากสุนัขเหล่านั้นด้วยอัลบั้มที่หนักหน่วงและอลังการที่สุดของ Rhapsody ทุกแทร็คในอัลบั้มนี้ให้ความรู้สึกเสมือนโดนรถสิบล้อพุ่งชน มีทั้งความมืดหม่น หนักแน่น และอลังการไปพร้อมๆกัน นอกจากนั้นยังฟังสนุกไม่มีเศษเพลงมาทำร้ายความรู้สึกเหมือนหลายๆอัลบั้ม ภาคลีด ภาคโซโล่ใส่กันขี้ราดน่อง ประหนึ่งพรุ่งนี้จะไม่ได้เล่นกีตาร์อีกแล้ว เป็นภาคต่อที่ 3 ที่ทุ่มทุนยิ่งกว่าหนังไตรภาคเรื่องไหนๆก็ไม่ปาน
 
 
Blind Guardian - At The Edge Of Time
 
นำจุดเด่นของ A Night At The Opera และ A Twist In The Myth มารวมกันได้อย่างลงตัว ทำให้ At The Edge Of Time เป็นอัลบั้มที่ซับซ้อนและอลังการไปพร้อมๆกัน อาจจะฟังยากสู้ชุดที่แล้ว หรืออลังการสู้ A Night ไม่ได้ แต่ก็เชื่อว่าหลายๆคนน่าจะชอบแบบนี้มากกว่า เสียงร้องของฮันชี เคิร์ช ก็ปลดปล่อยอย่างเต็มที่ ได้ร้องในหลากหลายสไตล์ แสดงความสามารถอย่างสุดๆ มิวสิควีดิโอก็ถือว่าอลังการสวยงามเมื่อเทียบกับที่ผ่านๆมา ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่พวกเขาจะหมดไอเดียกันเสียที
 
 
Tierramystica - A New Horizon
 
มิติใหม่ของดนตรีโฟล์คเพาเวอร์เมทัล ที่มีการนำดนตรีพื้นเมืองของชนเผ่าที่เราไม่เคยพบพานในแวดวงเพาเวอร์เมทัลมาก่อนอย่างอินคาและอาระยัน โดดเด่นอย่างเหลือเชื่อในปีที่มีวงเพาเวอร์เมทัลจากบราซิลและวงเก๋าๆจากทั่