Stratovarius 2011

posted on 08 Feb 2011 23:18 by rebirthera in Band-of-the-Week
 
หลังจากกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ได้ (ในระดับหนึ่ง) Stratovarius ก็กลับมากับอัลบั้มชุดใหม่ชื่อสั้นๆว่า Elysium แล้ว แต่จากนั้นไม่นานทางวงก็ประสบข่าวร้ายอีกครั้งเมื่อมือกลองและสมาชิกหลักอย่าง Jorg Michael ป่วยเป็นมะเร็ง ทำให้ต้องโดนถอดออกจากทัวร์สนับสนุนอัลบั้มชุดนี้ แต่ตอนนี้เขาได้กลับมาทัวร์กับทางวงและตอบคำถามเกี่ยวกับการทำงานในอัลบั้มชุดใหม่ร่วมกับเพื่อนซี้ของเขา Jens Johansson พร้อมแล้วอ่านได้เลย
 
Q : ก่อนอื่นเลยเราต้องขอแสดงความยินกับอัลบั้มใหม่ของพวกคุณอย่าง Elysium นะครับ ผมรู้สึกว่าเพลงในอัลบั้มนี้มันฟังดูสดใหม่และเต็มไปด้วยพลังอย่างยิ่ง อย่าโกรธผมนะครับ ถ้าจะบอกว่าความสดใหม่ในงานชุดนี้คือสิ่งที่ Stratovarius ขาดหายไปในรอบหลายปีที่ผ่านมาเลย
 
Jorg : อืม มันยากเหมือนกันนะถ้าจะให้ถกเถียงกันเรื่องเพลง แต่ผมก็ดีใจที่ได้เห็นคอมเม้นในแง่บวกของคุณ ผมเชื่อว่าต้องมีคนอื่นที่มองว่าอัลบั้มก่อนๆของเราสดและเต็มไปด้วยพลังมากกว่างานชุดนี้ ฮ่าๆ ดังนั้นผมว่าบางครั้งงานที่คนอื่นมองว่าดีอาจจะไม่ดีในสายตา (หู) ของคนอื่น ซึ่งผมมองว่ามันเป็นเรื่องปกติว่ะ
 
Jens : อัลบั้มนี้เราทำกันค่อนข้างไวมากๆ เราเริ่มต้นพูดคุยกันถึงไอเดียในช่วงเดือนเมษายนปีที่แล้ว ก่อนที่จะลงมือทำ แต่แผนงานของเราก้บีบมากๆด้วยเช่นกันเพราะว่าต้องทัวร์กับทาง Helloween ดังนั้นจึงเหลือเวลาไม่มากในการลงมือทำงานชุดนี้ แต่โชคดีที่มันสำเร็จออกมาได้ ตอนนั้นเรามีเพลงอยู่ประมาณ 18-20 เพลงเลยมั้ง 
 
 
Q : คือผมหมายถึงว่าเพลงในอัลบั้มนี้มันค่อนข้างซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะภาคกีตาร์แล้วก็คีย์บอร์ดก็กลับมาโดดเด่นอีกครั้ง แตกต่างจากงานชุดที่แล้วอย่าง Polaris ชัดเจน คุณคิดว่ามันต่างกันมั้ยระหว่าง Polaris กับ Elysium
 
Jorg : อืม ผมคิดว่า Polaris มันคอนข้างเป็นงานที่หนักหน่วง แต่มันยังขาดด้านที่อ่อนโยนอยู่บ้าง แล้วการทำงานในอัลบั้มเราพยายามที่จะยึดซาวนด์คลาสสิคของ Stratovarius อยู่ แต่ในอัลบั้มใหม่นี้ผมคิดว่าตอนนี้เรามีไลน์อัพใหม่แล้วคือ Matias (กีตาร์) แถมเคยเล่นโชว์ด้วยกันกับเขาประมาณ 100-150 โชว์ ดังนั้นผมคิดว่าเราค่อนข้างเข้าขากันมากขึ้น โดยเฉพาะ Matias เองก็มีริฟฟ์เจ๋งๆอัดเก็บไว้เยอะมากๆ ผมว่านี่คือความแตกต่างของอัลบั้มนี้กับชุดที่แล้วนะ
 
Q : ขั้นตอนในการทำงานชุดนี้ต่างจากที่ผ่านๆมาหรือเปล่าครับ เท่าที่ผมจำได้อัลบั้ม Polaris น่าจะเป็นชุดแรกที่พวกคุณได้มีโอกาสทำงานร่วมกันจริงๆใช่มั้ย เพราะที่ผ่านมา คนที่ทำหน้าที่เขียนเพลงหลักคือ Timo Tolkki คนเดียวนี่
 
Jens : ใช่เลย การทำงานของเราช่วงหลังมันเปลี่ยนไปมาก เราทุกคนมีส่วนร่วมในการเขียนเพลงหมด พวกเราช่วยกันเสนอความคิดเห็นในส่วนต่างๆของเพลง ก่อนหน้าที่ Tolkki จะออกไป หน้าที่เกือบทั้งหมดเป็นของเขาคนเดียว ซึ่งผมต้องยอมรับเลยว่าเป็นงานที่หนักมากๆสำหรับคนแค่คนเดียว
 
 
Q : มีเพลงไหนที่แต่งขึ้นเพื่อเล่นไลฟ์หรือเปล่า
 
Jens : ก็มีเพลงอย่าง Infernal Maze ไง แต่เอาจริงๆเราคงไม่ได้เอาเพลงในอัลบั้มนี้ไปเล่นเท่าไหร่หรอก เพราะต้องเล่นกันแบบ Greastest Hits ในโชว์เดียว ฮ่าๆ
 
Q : ส่วนหน้าปกอัลบั้มคุณก็ยังคงใช้บริการของ Gyula Havancsák อยู่เหมือนกับใน Polaris ผมสงสัยว่าเวลาคุณให้เขาวาดเนี่ยคุณให้คอนเซปไอเดียเขาคร่าวๆก่อนหรือเขาวาดมันขึ้นมาเองเลย แล้วคุณคิดว่าเขาคือนักวาดปกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ Stratovarius หรือเปล่า 
 
Jorg : เรากับเขาออกแบบปกด้วยกันครับ พวกเราส่งเมลคุยกับเขาหลายฉบับมากๆเกี่ยวกับเรื่องคอนเซปในการออกแบบปกอัลบั้มชุดนี้ ก่อนที่เขาจะลงมือทำมันขึ้นมาจริงๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไปปิดกั้นไอเดียของ Gyula หรอกนะ สำหรับคอนเซปของหน้าปกอัลบั้ม Elysium มันคือสรวงสรรค์ที่ไม่ได้อยู่บนโลกเรา คุณจะเห็นภาพยาน Strato Spaceship ที่เดินทางออกจากโลกซึ่งเต็มไปด้วยมลพิษ แล้วไปลงจอดที่สรวงสวรรค์แห่งใหม่และหวังว่าจะอยู่ที่นั่นไปตลอดกาล ซึ่งปกอัลบั้มกับซิงเกิลมันจะมีความเชื่อมโยงกัน โดยในซิงเกิลจะเป็นภาพของโลกที่พวกเราหนีมา ซึ่งมันเป็นไปด้วยมลพิษอย่างที่เห็น แน่นอน Gyula คือนักวาดปกที่เหมาะกับ Stratovarius ทีุ่สุด 
 
 
Q : ผมขอถามถึงอาการป่วย (มะเร็ง) ของ Jorg หน่อยครับ ตอนนี้คุณดีขึ้นแล้วหรือยัง
 
Jorg : อืม ตอนนี้อาการป่วยของผมดีขึ้นมากแล้วครับ ตอนนี้ผมรอดตายแล้วล่ะ ฮ่าๆ ผมได้รับการผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกแล้ว แล้วก็ทำการบำบัดไปแล้วหนึ่งครั้ง ซึ่งผมต้องไปทำอีกประมาณเดือนละครั้ง ซึ่งตอนนี้ผมก็พร้อมที่จะออกทัวร์ไปกับวงอีกครั้ง แต่เอาจริงๆสภาพร่างกายผมอาจจะยังไม่ฟิตมากเท่าไหร่นะ คิดว่าคงต้องเล่นไปซัก 2-3 โชว์มันถึงจะเข้าที่เข้าทางน่ะ การป่วยครั้งนี้มันทำใ้ห้ผมรู้เลยล่ะว่าชีวิตมันไม่เที่ยงจริงๆ ตอนแรกที่หมอบอกว่าผมเป็นมะเร็ง ผมนึกว่าผมจะไม่รอดซะแล้ว ผมทำให้ผมรู้สึกว่ามีบางสิ่งที่เกิดกับเราและเราไม่สามารถควบคุมอะไรมันได้เลย แต่โชคดีจริงๆที่ผมเจอมันเสียก่อนที่จะลุกลามไปมากกว่านี้
 
Q : เอาจริงๆนะที่ผ่านมาผมว่า Stratovarius ผ่านอะไรมาเยอะจริงๆ ไม่ว่าจะเป้นเรื่องการเปลี่ยนแปลงไลน์อัพ สังกัดที่คุณเซ็นสัญญาก็ถังแตก และล่าสุดคือเรื่องที่คุณเป็นมะเร็ง ผมว่ามันหนักหนาสาหัสเหลือเกินสำหรับวงดนตรีวงหนึ่ง อะไรคือกำลังใจที่ทำให้พวกคุณยังอยู่ต่อไปได้ครับ
 
Jorg : อืม มันก้มีคำๆนึงผุดขึ้นมาแหละว่า "จะให้กูทำไงว่ะ ยิงตัวตายเลยดีมั้ย" สำหรับผมวิธีบำบัดที่ดีที่สุดคือทำอัลบั้มซักชุด แล้วก็ได้รับการตอบรับจากแฟนๆทั้งจดหมายและอีเมลล์ที่ส่งมาบอกพวกคุณว่าอย่ายอมแพ้และพยายามสู้ต่อไป อีกอย่างคือความเป็นเพื่อนของสมาชิกในวงเราที่คอยช่วยเหลือกันและกันตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม
 
 
Q : ช่วงที่ Stratovarius ต้องทัวร์โดยไม่มีคุณมันคงเป็นความรู้สึกที่แปลกๆว่ามั้ย คุณได้ติดต่อกับพวกเขาบ้างในระหว่างนั้นหรือเปล่า แล้วคุณรู้จักมือกลองที่มาทำหน้าที่แทนคุณชั่วคราวอย่าง Alex Landenburg มากแค่ไหนครับ
 
Jorg : ผมก็รู้สึกแปลกๆนั่นแหละ แต่ผมก็ต้องหาคนที่มาทำหน้าที่แทนผมในตรงนั้น ซึ่งมันดีกว่าการยกเลิกโชว์ไป Jens กับผมคุยกันอยู่ตลอดเวลา ผมต้องบอกตรงๆเลยว่าผมไม่ชอบที่จะมีใครมาทำหน้าที่แทนผมในตำแหน่งนั้นเลยจริงๆ แต่สุดท้ายตอนนี้ผมก็กลับมาแล้ว
 
Q : ผมแปลกใจว่าทำไมคุณถึงทัวร์สนับสนุนให้กับวง Helloween ล่ะ คือระดับวงคุณนี่มันต้องเล่นเฮดไลน์คู่กับพวกเขาแล้วไม่ใ่ช่หรอ
 
Jorg : เอาจริงๆนะ ตอนนี้ฐานแฟนเพลงส่วนหนึ่งของเราลดลงไปจากเรื่องไร้สาระที่แม่งโพสด่าๆกันในอินเตอร์เน็ตโดยเฉพาะไอ้กรณีพิพาทกับไอ้คุณ Tolkki นั่นแหละ มีแฟนเพลงบางคนที่บอยคอตพวกเราไปเลยก็มี แต่ช่างแม่งพวกเราก็พยายามจะกลับมาพิสูจน์ให้คนเห็นอีกครั้งว่าถึงไม่มีไอ้อ้วนพวกเราก็ยังเจ๋งกันอยู่ การที่เราเป็นวงเปิดให้กับ Helloween มันทำให้เราได้รู้จักกับฐานแฟนเพลงใหมๆ่ด้วย ผมแฮปปี้กับทัวร์นี้มากๆ และคิดว่าแฟนๆเองก็คงแฮปปี้ที่จะได้ดูวงระดับเฮดไลน์ในทีเดียวสองวงพร้อมกัน
 
Jens : ผมจะบอกให้ว่าในประเทศที่มีแวดวงเมทัลใหญ่ๆอย่างเยอรมันหรือกรีซก็มีคนที่ไม่รู้จักพวกเราเลยด้วยซ้ำ นั่นเพราะว่าพวกเราหายตัวไปจากแวดวงนานมาก ส่วนอัลบั้มที่ออกมาในปี 2005 ชื่อเดียวกับวงนั่นก็ห่วยชิปหาย จนแทบทำให้เราหายหัวไปจากสาระบบเลยด้วยซ้ำ ยิ่งช่วงที่สังกัดของเราถังแตก ยิ่งแย่ใหญ่ ตอนนั้นแทบไม่มีเงินเหลือให้กับพวกเราที่จะทำโชว์หรือบันทึกเสียงเลยด้วยซ้ำ มันเป็นสถานการณ์ที่แ่ย่สุดๆ
 
 
Q : Elysium เป็นอัลบั้มที่สองแล้วที่ออกกับสังกัดหน้าใหม่อย่าง Edel/E-A-R Music ที่ผ่านมาคุณเ้คยทำงานร่วมกับสังกัดระดับเฮดทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น Noise, Sanctuary แล้วก็ Nuclear Blast คุณว่าการทำงานของ Edel เป็นยังไงบ้าง แล้วคิดว่าพวกเขาคือสังกัดที่ใช่ของ Stratovarius มั้ย
 
Jorg : รู้ไรปะ สังกัด Edel แม่งห่วยว่ะ ฮ่าๆๆๆๆ ผมล้อเล่นนะ ผมชอบการทำงานกับพวกเขามากๆ พวกเขาเป็นสังกัดที่่ทุมเทให้กับเรามาก โดยเฉพาะ Max ซึ่งเชื่อในพวกเราในขณะที่คนอื่นๆบอยคอตพวกเราหมด มันคงยากที่จะบอกว่าพวกเราแฮปปี้ที่จะทำงานร่วมกับเขามากน้อยแค่ไหน ซึ่งไม่ปกติเลยนะที่ผมจะพูดแบบนี้ เพราะจริงๆผมเป็นคนที่เกลียดการทำงานร่วมกับพวกสังกัดเพลงมากๆว่ะ
 
Q : อันนี้ผมอยากถาม Matias โดยตรงว่าคุณกดดันมั้ยที่ต้องมาเล่นแทนที่ไอ้อ้วนอย่าง Timo Tolkki น่ะ
 
Matias : ในตอนแรกที่ Kotipelto มาหาผมที่สตูดิโอแล้วถามผมอยากทำงานร่วมกับพวกเขามั้ย ซึ่งการตัดสินใจของผมน่ะง่ายๆมากๆคือ "แน่นอน" ทั้งที่ตอนนั้นผมก็ยังไม่รู้อนาคตของวงเลยด้วยซ้ำ เพราะว่าอย่างที่คุณรู้ว่าเรามีปัญหาเรื่องชื่อวงกับ Tolkki แล้วในตอนนั้นพวกเขาก็ไม่มีสังกัดด้วย ผมต้องบอกว่าการทำงานร่วมกับพวก Stratovarius มันสนุกมากๆ ซึ่งที่เครียดที่สุดของผมคือการที่ต้องฝึกฝนเล่นเพลงเก่าๆของวง ซึ่งตอนนั้นผมก็ถามตัวเองอยู่ทุกวันว่า "กูจะไหวหรอว่ะเนี่ย" แต่ตอนนี้มันผ่านมา 2 ปีแล้วกับ 150 โชว์ ฮ่าๆ แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ต้องการเปรียบเทียบผมกับ Tolkki เพราะว่าเขาเป็นมือกีตาร์และนักแต่งเพลงที่สุดยอดคนหนึ่ง รวมถึงยังเป็นแกนหลักของ Stratovarius มาตั้งแต่วงยังตั้งไข่กันอยู่ แต่ผมก็แค่พยายามทำหน้าที่ของผมตรงนั้นให้ดีที่สุดครับ
 
Q : สุดท้ายแล้วครับ คุณอยากเพิ่มเติมอะไรมั้ยก่อนที่เราจะจากกัน และขอบคุณมากๆครับที่สละเวลามา
 
Jorg : อืม เอาเป็นว่าตอนนี้พวกเรากำลังทัวร์อยู่กับ Helloween น่ะ ไปดูกันด้วย ไม่แน่ในอนาคตเราอาจจะเริ่มทัวร์ที่เราเป็นเฮดไลน์เองขึ้นมา ดังนั้นติดตามกันต่อไปล่ะ
 

Comment

Comment:

Tweet

กดถูกใจแบบ เฟสบุ๊คให้เลยครับ

#1 By PrINce Of DArkNeSz on 2011-03-01 11:57

Recommend