Pagan's Mind

posted on 13 Aug 2011 10:54 by rebirthera in Band-of-the-Week
 
โปรเกรซซีฟเพาเวอร์เมทัลจากดินแดนแบล็คเมทัลอย่างนอเวย์กลับมาอีกครั้งกับอัลบั้มใหม่ล่าสุด Heavenly Ecstasy ที่รอคอยกันยาวนานถึง 4 ปี ดังนั้นเราจึงต้องส่งเมลไปสัมภาษณ์เหล่าสมาชิกของวง Pagan's Mind ถึงเรื่องราวการทำอัลบั้มชุดนี้ และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย ถ้าพร้อมแล้วก็มาอ่านกัน

Q : ขอแสดงความยินดีกับ Pagan’s Mind ด้วยสำหรับอัลบัมใหม่ “Heavenly Ecstasy” มันใช้เวลาถึง 3-4 ปีเลยนะ ทำอีท่าไหนถึงได้กินเวลาเยอะกว่าชุดอื่นแบบนี้

A : ใช่ๆ มันใช้เวลานานมาก ผมว่าเพราะสมองด้านที่เป็นความคิดสร้างสรรค์ของเราโดนตากแห้งไปหมดแล้วหลังจากออกอัลบั้ม “God´s Equation” แล้วเราก็ยังมีทัวร์กันหนักด้วยหลังจากอัลบัมนั้น มันใช้ทั้งเวลาและพลังงานมากมาย ผมว่าเราต้องการเวลาสักสามปีได้ ในการทำอัลบัมดีๆออกมา เรามักจะคิดถึงคุณภาพมาก่อนปริมาณเสมอๆ ทำให้ต้องใช้เวลานาน ผมว่าสักสองปีหลังจาก “God´s Equation” เราถึงเริ่มเขียนเพลงกันอีกครั้ง หลังจากนั้นก็เข้าสู้ขั้นตอนการอัดอีกครึ่งปี แล้วเราก็ย้ายค่ายกันอีกหลังจากนั้น วุ่นวายไปหมดเลยว่ะ แต่เราก็กลับมาแล้ว

Q : ปกอัลบัมนี้ดูต่างจากชุดก่อนๆมากเลยนะ มีคอนเสปต์อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า ยังเป็นเรื่องของอวกาศและนิยายวิทยาศาสตร์อยู่มั๊ย?

A : ผมว่าเราแค่ต้องการที่ทำอะไรที่แตกต่างออกไปบ้าง ปกอัลบัมก่อนหน้าที่ผ่านมาเป็นฝีมือของผมเองแหละ แต่เราก็ต้องการจะแตกต่างออกไปในคราวนี้ ดังนั้นเราก็ได้คุณฟิลิปเป มาคาโด ที่เคยทำปกเจ๋งๆให้วงอย่าง Blind Guardian อะไรพวกนี้มาร่วมงาน และเราก็พอใจกับผลที่ออกมามากๆ ผมว่ามันเป็นสิ่งสำคัญที่ลองอะไรที่ต่างออกไปและไม่ยึดติดกับสิ่งเดิมๆที่เคยออกมาดีในอดีต ใช่ มันก็ยังเป็นเรื่องของอวกาศและไซไฟอะแหละ แต่ก็แอบมีโทนแบบอีโรติคด้วย

Q : ชื่ออัลบัม Heavenly Ecstasy หมายความว่าอย่างไร?

A : ปกติเราจะเห็นพ้องต้องกันอย่างง่ายดายในชื่ออัลบัม แต่ตอนนี้เรามีช่วงเวลาที่ยากกว่าเดิมที่จะเห็นด้วยกับมันทั้งหมด เราต้องการชื่อที่ฟังดูลึกลับแต่ก็ฟังดูติดหูและเซ็กซี่ไปพร้อมๆกัน ซึ่งผมเชื่อว่า Heavenly Ecstasy เป็นชื่อที่ดี มันจะดึงดูดความสนใจได้ เมื่อมองดูคำสองคำนี้ดีๆผมก็ได้เป็นเนื้อเพลงท่อนคอรัสออกมาเลย ซึ่งก็เป็นเพลงในอัลบัมเพลงหนึ่งนี่แหละ แต่เพลงนั้นไม่ได้ชื่อว่า Heavenly Ecstasy นะ

Q : ผมคิดว่าเพลงใน Heavenly Ecstasy นั้นหนักและหยาบกว่างานก่อนๆของคุณ มีอะไรแฝงอยู่ในคอนเสปต์หรือเปล่า ตอนทำเพลง อะไรมาก่อนกันระหว่างดนตรี เนื้อเพลง หรือคอนเสปต์?

A : อันนี้ต้องย้อนไปถึงรากเหง้าของเราในอัลบัม Celestial Entrance มันเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างฮาร์ดร็อคที่ไพเราะ เมทัล และโปรเกรสสีฟ และให้ความสำคัญหลักๆกับเมโลดี้ ไม่ใช่ให้เครื่องดนตรีช่วยตัวเองกันไป ฮ่ะๆ เพราะมันมีแบบนั้นมากพอแล้ว โดยส่วนตัวผมชอบอัลบัมใหม่มากกว่า  Gods Equation ว่ะ แต่มันก็เป็นแค่รสนิยมของผมคนเดียว ซาวนด์ในอัลบัมนี้มันฟังดูแล้วเปียกกว่า ใหญ่กว่า และมีความคลาสสิคกว่าในขณะที่ Gods Equation นั้นจะฟังดูโมเดิร์น อาจจะมีซาวนด์อินดัสเทรียลหรือซาวนด์ที่ฟังดูแห้งๆกว่า มันเป้นเรื่องสำคัญของวงดนตรีที่จะลองอะไรใหม่ๆในทุกๆอัลบัม สรุปว่าดนตรีมาก่อน แล้วเนื้อเพลงกับคอนเสปต์ถึงจะตามมาครับ

 

Q : เป็นอีกครั้งที่อัลบัมนี้โปรดิวซ์โดย สเตฟาน เกลาแมนน์ เล่าเรื่องการทำงานกับเขาให้ฟังหน่อยสิ

A : การทำงานกับสเตฟานนั้นน่าสนใจมาก เขาเป็นคนที่มักจะไม่ค่อยใช้ของที่มีอยู่แล้ว แต่จะพยายามสร้างใหม่ขึ้นมาเอง ดังนั้นแต่ละวงที่เขาไปโปรดิวซ์นั้นจะฟังดูแตกต่างกันออกไป เขาเป็นคนตั้งใจทำงานอย่างมาก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาเป็นโปรดิวเซอร์ที่เจ๋งที่สุดคนนึงในตอนนี้เลย

Q : มาคุยเรื่องการบันทึกเสียงบ้าง Pagan’s Mind ไม่ได้เปลี่ยนไลน์อัพเลยตั้งแต่ปี 2003 อะไรคือความลับที่ทำให้อยู่ด้วยกันได้นานขนาดนี้

A : ผมว่าเพราะเราอยู่กันแบบเพื่อน ไม่ทะเลาะกันมากนัก แล้วซาวนด์ของพวกเราก็ไม่ใช่ว่าใครจะมาเล่นแทนกันได้ด้วย เราแฮปปี้ที่ได้อยู่ด้วยกันยาวๆนะ

Q : บอกเราหน่อยเกี่ยวกับการจากไปของมือกีตาร์คนเก่าอย่าง ทอร์สไตน์ อาบี ในปี 2007 มันเป็นเรื่องที่น่าตกใจสำหรับแฟนๆ เพราะเขาลาโลกไปเร็วเหลือเกิน คุณยังติดต่อกับเขาอยู่หรือเปล่า หลังจากที่เขาออกจากวงไป?

A : ใช่ เรายังติดต่อเขาอยู่ตลอดหลังจากที่เขาลาวงไปจนกระทั่งเขาลาโลกไปในปี 2007 ไม่มีวันไหนที่ไม่คิดถึงเขาเลย เขาเป็นหนึ่งในเพื่อนที่ดีที่สุดของผม และผมจะไม่ลืมเขาไปตลอดกาล

 

Q : อันนี้เป็นข้อสงสัยส่วนตัวของผมเอง ทำไมต้องใช้ชื่อวงว่า Pagan’s Mind? มันมีความหมายว่าอะไร? ผมหาข้อมูลไม่ได้เลยว่าชื่อนี้มันมาจากไหน

A : เดิมทีมันเป็นชื่อเพลงของวงเก่าของเราอย่าง Silverspoon น่ะ มือเบสเก่าเอาชื่อนั้นมาบอกกับเรา ซึ่งมันมาจากหนังสือเกี่ยวกับปรัชญา ตำนานอียิปต์ อะไรทำนองนั้น เราคิดว่ามันเป็นชื่อที่เท่และเข้ากับคอนเสปต์ความลึกลับของเราด้วย

Q : สมาชิกของ Pagan’s Mind มีไซด์โปรเจ็คต์กันบ้างหรือเปล่า? เพราะว่ามีหลายๆวงนะที่ดึงสมาชิกของวงคุณไปแจมด้วย เช่น Beautiful Sin, Dimension F3H แล้วก็ X-World 5

A : ก็ไม่มีแล้วละ เมื่อก่อนเราคิดว่ามันเป็นประสบการณ์ที่สนุกกับวงอื่นๆแล้วก็ได้ทำอะไรที่ต่างกันออกไป เดาว่าเราไม่มีเวลาและพลังงานมากพอจะทำแบบนั้นอีกแล้ว  และตอนนี้ทุกๆคนก็เต็มที่ 100% กับ Pagan’s Mind ซึ่งผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่ดี

Q : บอกเราเกี่ยวกับเรื่องแวดวงโปรเกรสสีฟในนอร์เวย์หน่อยสิ เพราะนอร์เวย์มันน่าจะมีชื่อทางดนตรีสายโหดๆอย่างแบล็กเมทัลมากกว่านะ

A : วงการเมทัลของนอร์เวย์ตอนนี้ก็ถูกย้อมไปด้วยสีดำของแบล็กเมทัลบ้างแล้วละ เราเห็นวงพร็อกบางวงเปลี่ยนไปเล่นแบล็กเพราะว่าจะประสบความสำเร็จมากกว่า  เป็นงี้มาตั้งแต่สองปีก่อนแล้วมั้ง มันมีวงพร็อกเพาเวอร์ดีๆจากนอร์เวย์นะ แต่โชคไม่ดีที่พวกเขาอยุ่ใต้ร่มเงาของกระแสแบล็กเมทัล ไม่กี่ปีก่อน คุณจะได้เซ็นสัญญาง่ายๆเลยเพียงแค่เล่นแบล็กเมทัลแล้วก็อยู่ในนอร์เวย์  ผมคิดว่าบางทีแวดวงนี้อาจจะอยู่เหนือบทบาทการเป็นนักดนตรีอยู่เล็กน้อย อย่างน้อยตอนนี้ก็มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับความสามารถในการเล่นดนตรีกันแล้ว ซึ่งนั่นไม่สำคัญเลยถ้าเป็น 4 ปีก่อน เราชอบสิ่งที่ Dimmu Borgir ทำนะ เราคิดว่าพวกเขามีซาวนด์และฝีมือที่ยอดเยี่ยมมากและเขียนเพลงได้ดีอีกด้วย เป็นวงแบล็กที่เหนือชั้นก็ว่าได้ (โดยเฉพาะอัลบั้มล่าสุด)  นอกจากนั้นแล้ว วงดีๆจากนอร์เวย์ที่เน้นเมโลดิกก็ยังมีวงอย่าง Divided Mulitude, Guardians Of Time, Circus Maximus นี่แค่วงดีๆบางวงเองนะ พวกเขาสมควรได้รับโอกาสในการเป็นที่รู้จัก ขอให้พวกเขาโชคดี! แล้วผมคิดว่าวงการนี้มันเติบโตขึ้นทุกวันทำให้ความสร้างสรรค์ในการทำเพลงและตัวนักดนตรีเองได้รับความสนใจมากขึ้น มันเป็นเรื่องดี ผมว่านะ!

Q : ในยุค 90 เมื่อแบล็กเมทัลเติบโตในนอร์เวย์ ตอนนั้นคุณไปอยู่ไหนมา เล่าเกี่ยวกับวงการเมทัลยุค 90 ให้ฟังหน่อยสิ

A : ตอนนั้นผมยังเล่นอยู่ในวงแกลมร็อคเลย เรื่องของผมกับแบล็กเมทัลมันจบไปแล้ว (ผมเคยฟังวง Bathory) แต่จริงๆผมไม่ชอบกรันจ์มากกว่า มันเอาความสนุกไปจากเมทัลหมดเลย แต่มันก็จบไปแล้วเพราะมันก็เป็นแค่ดนตรีเพื่อการขาย โชคดีที่เมทัลยังดูเหมือนว่าจะเอาชนะเทรนด์งี่เง่านั่นได้ตลอด

Q : ขอบคุณที่ให้สัมภาษณ์กับเราครับ บอกอะไรถึงเมทัลเฮดชาวไทยหน่อยพวก

A : ดีๆกันไว้นะครับ อย่าเมาแล้วขับ สนับสนุนงานศิลปะ ให้ความรักและเวลากับความลึกลับของชีวิตในทุกๆวันด้วย!

 

English Version


Q : Congratulation for Pagan’s Mind new album “Heavenly Ecstasy”. It took around 3-4 years to release it. Why does this album take longer period than the others ?

A : Yes it took  a long time, I guess we were a little “dried out” on the creative side after “God´s Equation”. In addition we did a lot of touring after that album, and that takes up a lot of time and energy. I guess three year is what we needed this time around to put out a good album – we always think quality over quantity, that pays off in the long run. I guess about two years after “God´s Equation” we started to write again. Then the recording process took half a year, and we changed record company after that, so everything stretched out. But we are back with a bang!:-)

 

Q : The cover of Heavenly Ecstasy looks very different from your previous released. What is the concept behind it? It still speaks about Space and Science Fiction ?

A : I guess we really just wanted to try out something different. I myself have made the covers in the past – for all the records, but we wanted to do a twist this time and try out something else. So we were approached by Mr. Felipe Machado who did a lot of cool covers for band like Blind Guardian etc – and we are really happy with the result. I think it´s important for a band to try out different stuff and not get stuck too much with the „old recipe“, even if it worked in the past. Yes, it still speaks about Space and Sci-Fi, but also with erotic undertones.

 

Q : What does the name Heavenly Ecstasy represent of?

A : Well we usually do agree pretty easily on the album titles. This time we had a harder time around to agree on it. We wanted a title that sounded a little mysterious, but at the same time celestial, catchy and sexy. Which I really believe “Heavenly Ecstasy” do. It´s a little prokovative which is a good thing to get attention. But I also find great poetry in those two words and it actually is taken from the chorus of one of the songs in the album, even if the song is not called “Heavenly Ecstasy”.

 

Q : I think the music in Heavenly Ecstasy is heavier and rougher than your previous released. Is this has anything do with the concept? Which one came first music, lyric or concept?

A : This one is maybe a little bit more back to our “roots” as  in the vein of Celestial Entrance. 
A perfect blend between catchy hard rock/metal and progressive – and the main focus is
on the melodies, not instrumental “wanking” haha, even if theres enough of that, too.
Personally I prefer this new album before “Gods Equation”, but that’s just my taste.
The sound is wetter, bigger and more classic on this album whereas Gods Equation was
a little more “modern”, maybe industrial and had a drier sound. It´s very important for
bands to try out different stuff for each album and not stagnate in the same path as
alwaysJ The music comes first always, then lyrics and concept.

 

Q : Once again this album was produce by Stefan Glaumann, Can you tell us about working with him?

A : Working with Stefan is very interesting. He is an artist when it comes to sound, and instead of putting on “classic presets” onto everything, he mouldes the product in his secret little gauldron of a head, so that each band he produces comes out unique. He is very concentrated, intense and focused when he works. Without doubt one of the best music producers out there today.

 

Q : For the records, Pagan’s mind hasn’t changed line-up since 2003. What is your secret to stay together at this long?

A : I guess we have managed to stay friends and not quarrel too much even if it happens occasionally. With a sound as distinct as ours, it is not easy just to replace anyone. All members are crucial to the sound, so we´re happy we have managed to stay together for so long!:-)

 

Q : Can you tell us about the pass away of your previous guitarist, Thorstein Aaby, in 2007? It’s kind of shock for the fans that he pass way so soon. Did you still contact with him after he left the band?

A : Yes we had close contact with him after he left the band until his death in 2007. Not a day goes by without thinking of him, he was one of my best friends and will forever be remembered.

 

Q : This is my own curiosity. Why did you name the band “Pagan’s Mind”? What does it mean? I can’t find the information about where is the name came from.

A : The name was originally a song-title from our previous band, “Silverspoon”. Our ex-bassist came up with that name and it is originated from a book about Egyptian mythology, philosophy and was of thinking. We thought it was a cool name and it did suit the concept I was aiming for, mysticism and “the unknown”.

 
Q : Do Pagan’s Mind members have a side-project? Since there’s a lot of great band PM’s member involved such as Beautiful Sin, Dimension F3H and X World5.
 
A : Not anymore. In the past we thought it was fun to experiment with other bands and have something on the side. Guess we don´t have the time and energy for that anymore, and everyone in the band are now 100% focused on Pagan´s Mind. Which is a good thing I think.

 

Q : Can you tell us about Progressive scene in Norway? since Norway is famous for more extreme genre like Black Metal.

A : The Norwegian metal scene have been coloured by the black metal wave for quite a bit now, we even have seen progressive band converting to black metal because of the success they've earned. This was already a couple of years ago, though. There are several good progressive/power metal bands hailing from Norway, but unfornately a lot of them have to still dwell in the shadows of the black metal wave. Just a few years ago you got signed just for playing black metal and living in Norway. I think maybe the scene has outplayed its role a bit, at least there seem to be a question of playing skills now - that was not that important 4 years ago. Mentioning that, we really like what Dimmu Borgir does - we think they sound and play really good and are good songwriters. Really up-class black metal (especially the last album) Besides that, good bands hailing from Norway doing more melodic stuff are Divided Mulitude, Guardians Of Time, Circus Maximus, there's a bunch of them that are really good, and they all deserve a chance to be seen. All of the best luck to them! And I really think this scene is growing and growing every day letting more creativity come forth and individuality for musicians be more in focus. It´s a great trend, I think!

 
Q : In 90s when Black Metal became big in Norway. Where were you in that period of time? Can you tell us about metal scene in 90s?

A : Well myself I was playing in a glam rock band at the time and actually my thing for black metal was at that point already over (I did listen to bands like Bathory for instance) but I totally hated the grunge wave. It did take all the fun away from metal, so definitely it was “over” as a commercial musical style, but luckily metal has seemed to overcome all the stupid trends nevertheless…

 
Q : Thank you for interviewing with us. Please say something to Metalhead in Thailand.

A : Be nice to each other, don´t drink and drive, support art, love and give yourselves time to wonder about life´s great mysteries every day!

Comment

Comment:

Tweet

Academic assignments creating should be an essential responsibility for guys. Thence, they do not treat it very seriously just because they can easily buy research papers (supreme-essay.com).

#10 By research paper samples (31.184.238.73) on 2013-08-24 10:43

Your really good outcome related to this topic comes parallel with the legal dissertation. Thus, you can even work for buy thesis service.

#6 By JAYNE18Wagner (91.212.226.136) on 2012-01-10 21:18

เพลง Into The Aftermath สุดยอดมากครับ

#4 By jvigo (192.168.0.117, 180.183.98.87) on 2011-12-21 21:43

Recommend