25 Top Non-Power Album of 2011

posted on 17 Dec 2011 23:07 by rebirthera in Special
ในปี 2011 ที่ผ่านมา มีผลงานจากวงเมทัลทั่วโลกออกมาถล่มโสตย์เราไม่เว้นแต่ละวัน ดังนั้นมันคงเป็นการยากที่จะเ้ลือกอัลบัมในดวงใจเป็นแน่ ซึ่งทีมงาน Rebirth Era อันประกอบไปด้วย Wisss, ANuBiS, Lilium, Fog และ Morbid Soul ได้ทำการปรึกษากันและออกมาเป็น Top 25 ของปี 2011 จะมีอัลบัมไหนถูกใจเพื่อนๆบ้างก็เลื่อนลงมาได้เลย
 
 
Mygrain - Mygrain

Genre: Melodic Death Metal

Released Date : 12 January

อัลบัมชุดที่ 3 จากวงเมโลดิกเดธของฟินแลนด์ที่แม้ชื่อเสียงจะไม่เป็นที่รู้จักนัก แต่เชื่อได้ว่าผลผลิตจาก Spinefarm ก็ต้องยอดเยี่ยมหลังจากเคยปลุกปั้นวงมานักต่อนักแล้ว ซึ่งหลังจากได้ฟังก็ต้องบอกว่าพวกเขาเป็นระเบิดลูกใหม่จากฟินแลนด์ที่รอการปะทุ ด้วยบทเพลงเมโลดิกเดธอัดกระหน่ำ ภาคดนตรีแข็งปัี๊ก หนักแน่น นอกจากนี้ยังสอดแทรกเมโลดีที่ติดหูทั้งในริฟฟ์และในท่อนร้องที่ไม่หวานเีลี่ยนจนเกินไป ส่งผลให้มันเป็นงานในสายเมโลดิกเดธที่น่าจับตามองมากๆงานหนึ่งของปี 2011
 

Mitochondrion – Parasignosis

Genre: Death / Black Metal

Released Date : 18 January

ในผลงานชุดที่แล้วนามว่า Archaeaeon พวกมันได้สำแดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมผ่านดนตรีเดธแบล็คสุดอำมหิตแต่ข้อเสียของอัลบั้มชุดนั้นเห็นจะเป็นการบันทึกเสียงอันสุดแสนจะรกทำให้ตัวเพลงฟังไม่ชัดเจนเท่าที่ควรแต่ปัญหานั้นถูกแก้ไขในผลงานชุดนี้ทำให้ได้ซาวน์ดที่คมกริบ เสริมส่งให้แต่ละแทร็คบ้าคลั่งมากยิ่งขึ้น เคลื่อนทัพด้วยริฟฟ์บ้าสงครามที่ดาหน้าถล่มคนฟังราวขีปนาวุธความเร็วสูง โอบล้อมด้วยเมโลดีเข้มขลังสร้างบรรยากาศมืดหม่นกดประสาท กลองรบพลังช้างสารที่ไม่เพียงโหดเลือดกระอักแต่แฝงไว้ด้วยลูกเล่นหลากหลาย

Ulcerate – The Destroyers of All 

Genre: Brutal Death Metal

Released Date : 25 January

ถึงแม้อัลบั้มชุดนี้จะไม่ค่อยแตกต่างจาก Everything is Fire ผลงานชุดที่แล้วของวง แต่คุณภาพที่ไม่ได้ตกลงไปนั้นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Ulcerate หลุดเข้ามาในลิสต์นี้กับภาคดนตรีที่ยังคงขับเคลื่อนด้วยบรรยากาศมืดทึบอึมครึมชวนให้อึดอัด ริฟฟ์โหมกระหน่ำทำลายล้างได้อย่างไหลลื่นแต่แฝงไว้ด้วยจินตนาการและซาวน์ดที่ดีเยี่ยม ภายใต้ภาคกีตาร์ที่ดุเดือดนั้นยังมีมือกลองที่ดุดันไม่แพ้กัน ทั้งลูกเล่นและลูกหนักครบครันทั้งคู่กระเดื่องที่ซอยได้รัวราวปืนกลรวมไปถึงการเล่นฉาบแฉช่วยสร้างความตื่นตาตื่นใจได้ตลอดทั้งอัลบั้ม

Robocop - Robocop II

Genre: Grindcore / Powerviolence / Noise

Released Date : 26 January

ลุย!! ฆ่าม่าง!! ฆ่าม่างให้ตาย!! (แค่เนี้ย??)

Xe-None - Dancefloration

Genre: Dance Metal

Released Date : 22 March

แม้ประชากรส่วนหนึ่งของคนฟังเมทัลจะส่ายหน้าและพากันสรรเสริญวงนี้ด้วยนิ้วกลาง เพราะดันไปถล่มกำแพงดนตรีด้วยการผสมผสานเมโลดิกเดธเข้ากับดนตรีเต้นรำ จนเกิดแนวใหม่ (ที่พวกมันระบุเอง) มา Dance Metal สำหรับ Dancefloration ก็เป็๋นงานชุดที่สองที่มันไม่ยี่หระต่อเสียงก่นด่าแต่กลับเจริญรอยตามแนวทางเดิมที่ทำไว้ บีตเต้นรำที่แฟนๆวงนี้รักยังมีให้เห็นอยู่ในทุกเพลง แต่ก็ไม่ละทิ้งความดุดันของเมทัล เป็นงานที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวระหว่างดนตรีเต้นรำกับเมทัล ซึ่งกำลังกลายมาเ็ป็นเทรนด์ใหม่ในช่วงปีที่ผ่านมา

Obscure Sphinx - Anaesthetic Inhalation Ritual

Genre: Post Metal

Released Date : 15 April

อยากให้วงนี้เป็นวงหน้าใหม่แห่งปีจริงๆ เพราะงานเปิดตัวนั้นพวกเขาและเธอทำออกมาได้ยอดเยี่ยมเกินคาด แม้ว่าตัวดนตรีนั้นอาจจะได้อิทธิพลของวงรุ่นพี่ๆจากหลายที่ ไม่เว่นแต่บ้านเกิดตัวเอง (โปแลนด์) ก็ตาม นักร้องนำสาว ของวงก็มีความโดดเด่นในด้านการคำรามเป็นพิเศษ เธอทำได้ไม่แพ้ผู้ชายเลย (เผลอๆเรื่องความโหดนั้นจะแซงหน้าเจ๊จูลี่ คริสมาสไปแล้ว ฮา...) อนาคตวงนี้ยังสามารถไปได้ไกลอย่างแน่นอน

Altar of Plagues - Mammal

Genre: Atmospheric / Post-Black Metal

Released Date : 25 April

สี่เพลงแห่งม่านหมอกมืดมิดที่งดงามเหลือคณานับ บทจะทะมึนก็เอาซะระทมจุกอก บทจะลอยก็ลอยได้อารมณ์จริงๆ งานนี้พวกเขาชิงตัดหน้าวงรุ่นพี่อย่าง Wolves in the Throne Room หรือแม้แต่วงรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง Deafheaven (ที่ต่างก็ออกงานดีๆในปีนี้เหมือนกัน) เข้ามาในลิสต์แบบเส้นยาแดงผ่าแปดเลยครับ

Autopsy – Macabre Eternal

Genre: Death Metal

Released Date : 16 May

ซากศพเหม็นเน่าน่าขยะแขยงกลับคืนชีพมามีชีวิตอีกครั้งกับผลงานชิ้นล่าสุดของโอลด์สคูลเดธเมตัลจอมเก๋า Autopsy ไลน์อัปยังครบครันด้วยสมาชิกหลัก นอกจากตัวนักดนตรีที่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากแล้ว ภาคดนตรียังคงยืนหยัดในสไตล์ที่ทางวงถนัดเช่นเดิมกับเดธเมตัลที่ไม่ต้องมีเทคนิคอะไรมากมายแต่เน้นไปที่อารมณ์และบรรยากาศสุดสะพรึง เป็นคัมแบ็คอัลบั้มที่ดีเทียบเคียงงานชุดแรกๆอย่าง Severed Survival ได้แบบไม่น่าเกลียด 

Mayan - Quaterpast

Genre: Symphonic Death Metal

Released Date : 20 May

ไซด์โปรเจคของนาย Mark Jansen แห่ง Epica ที่ต้องการนำซาวนด์ซิมโฟนิคอลังการในแบบ Epica ผสมเข้ากับดนตรีที่หนักหน่วงในแบบเดธเมทัล จึงรวบรวมสมัครพรรคพวกจากทั้งวง Epica และเพื่อนร่วมประเทศมาละเลงผลงานที่ผสานความหนักหน่วงโหดเหี้ยมและอลังการ บทเพลงในอัลบัมถือว่าผสานกันได้อย่างลงตัว เพียงแค่แทรคแรกก็ทำให้คุณหัวหมุนได้แล้ว โปรดักชันคมกริบรับผิดชอบโดย Sascha Paeth ส่วนสาวๆที่มาประสานเสียงก็มีทั้ง Floor Jansen, Simone Simons และ Amanda Somerville

In Flames -Sounds of a Playground Fading

Genre: Modern Metal

Released Date : 15 June

ผู้สร้างและผู้ทำลายกระแสโกเธนเบิร์กเมโลดิกเดธตัวจริงที่ยังคงเดินหน้าทำงานในแบบฉบับโมเดิร์นเมทัลที่ตัวเองเป็นผู้สร้างเองต่อไปโดยไม่สนว่าสาวกขาทรูจะรังเกียจพวกเขามากแค่ไหน อัลบัมนี้สูญเสีย เยสเปอร์ สตรอมบลาดแกนนำของวงไป แต่มาตรฐานงานถือว่าเป็นรองเพียง Come Clarity เท่านั้น (ในยุควิมพ์)

Blood Stain Child - Epsilon

Genre: Melodic Death Metal / Trance

Released Date : 15 June

จาก Children Of Bodom สาขาญี่ปุ่น สู่ผู้นำกระแสในการเอาดนตรีทรานซ์มาผสมกับเมโลดิกเดธได้อย่างลงตัว อัลบัมนี้เปลี่ยนนักร้องนำเป็นโซเฟียสาวโลลิชาวกรีซ ทำให้เพลงของพวกเขาฟังง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม มีเมโลดี้ที่ไหลลื่นติดหูหนึบหนับ กลายเป็นวงระดับโลกไปแล้วจริงๆ

Devin Townsend - Deconstruction

Genre: Progressive Metal

Released Date : 20 June

อัลบั้มนี้ถือว่าพี่เหม่งเดวินได้ปล่อยของแบบสุดๆหลังจากกักเก็บพลังจากชุดก่อน (Addicted) มาปล่อยเอาชุดนี้ซึ่งมาพร้อมคอนเซ็ปต์ที่บ้าคลั่งและไม่เหมือนใคร กับพลังทางดนตรีอันเหลือล้นสุดจะบรรยาย ทำให้งานชุดนี้เป็นมาสเตอร์พีซประจำปีนี้ไปโดยปริยาย

Disma – Towards the Megalith

Genre: Death Metal

Released Date : 19 July

แม้จะเป็นแค่อัลบั้มแรกของวง แต่เมื่อมองรายชื่อของนักดนตรีแล้วจะบอกว่าวงนี้เป็นวงหน้าใหม่ก็คงจะแปลกอยู่ไม่น้อยเพราะแต่ละคนเคยผ่านประสบการณ์ในวงอื่นๆมาอย่างโชกโชนไม่ว่า จะเป็น Craig Pillard อดีตนักร้องนำโคตรวง Incantation หรือจะเป็นคู่หู Shawn Eldridge และ Daryl Kahan จากอีกหนึ่งวงเดธเมทัลสุดโหดเมืองลุงแซม Funebrarum แค่รายชื่อนักดนตรีก็พอจะการันตีความยอดเยี่ยมของผลงานได้แล้ว ตัวดนตรีแน่นอนเลยว่าต้องเป็นโอลด์สคูลเดธที่ขับเคลื่อนด้วยซาวน์ดหนาทุ้มหนักกะโหลกเข้าคู่การบันทึกเสียงขรุขระขมุกขมัวได้อย่างดีเยี่ยม ภาคกีตาร์อุดมไปด้วยกำแพงริฟฟ์ ปีศาจที่เปลี่ยนจังหวะเข้าทำทั้งเร่งรวดเร็วรุนแรงหรือเนิบช้าแต่ดุดันได้อย่างลงตัว เสียงสำรอกนรกแตกของ Craig นั้นโหดคงเส้นคงวาไร้ที่ติเช่นเดียวกับความยอดเยี่ยมของอัลบั้มชุดนี้ที่เจ๋งตั้งแต่ปกยันงานเพลง

Dir En Grey - Dum Spiro Spero

Genre: Alternative / Experimental / Progressive Metal

Released Date : 3 August

Dir En Grey แข็งแกร่งและแก่กล้าขึ้นทุกครั้งที่ออกผลงานใหม่ จาก Uroboros อัลบั้มชุดก่อนที่ว่าเพอร์เฟคต์แล้ว พวกมันยังสามารถพัฒนาความหนักหน่วง สลับซับซ้อน และล้ำลึกขึ้นไปได้อีกระดับ พร้อมบรรยากาศมืดหม่นกดดันอารมณ์ต่อเนื่องทั้งชุด นี่คือสุดยอดอัลบั้มเมทัลประจำปีนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

Fleshgod Apocalypse - Agony

Genre: Symphonic / Technical Death Metal

Released Date : 9 August
 
ขอสรุปไว้ให้ชุดนี้สั้นๆดั่งที่เคยรีวิวไปแล้วว่าเป็น Beauty & Brutality โดยแท้จริง
 
 
Corrupted – Garten der Unbewusstheit

Genre: Sludge / Doom Metal

Released Date : 20 August
 
งานชุดนี้มาอารมณ์ใกล้เคียงกับชุดก่อน (El Mundo Frio) อยู่นิดหน่อย แต่งวดนี้พวกเขาไม่ได้เพลงยาวเหยียบชั่วโมงเหมือนอัลบั้มก่อนๆ (ยกเว้น Se Hace Por Los Suenos Asesinos ที่มีแนวทางแตกต่างจากชุดอื่น) และชื่ออัลบั้มก็ใช้ภาษาเยอรมันแทน (ปกติจะเป็นภาษาสเปน) ทางด้านดนตรีนั้นแลจะมีเมโลดี้ที่ล่องลอยและหมองหม่น ทำให้อัลบั้มนี้มีความละเลียดและงดงามขึ้นด้วย

Dream Theater - A Dramatic Turn Of Events

Genre: Progressive Metal

Release Date 13 September

งานชุดแรกของวงพร็อกเมทัลเบอร์ 1 ของวงการที่ปราศจากแกนนำอย่างไมค์ พอร์ตนอยและมีดราม่าตามมาภายหลัง ไมค์ มันจินีที่เข้ามาแทนนั้นถือว่าทำหน้าที่ได้เป้นอย่างดีถึงแม้จะยังไม่ได้โชว์ลูกบ้าอะไรมากนักแต่ก็ถือว่าสอบผ่านแบบไม่รู้จะเอาอะไรไปกังขา ธีมหลักของอัลบัมนี้เน้นเพลงที่ค่อนข้างสดใส ทำให้มันน่าจะเข้าถึงคนส่วนใหญ่ได้ง่ายกว่างานที่ผ่านๆมาและยังสามารถเอาใจแฟนเพลงเดนตายของวงไปได้พร้อมๆกัน

Opeth - Heritage

Genre: Progressive Rock

Released Date : 14 September

ด้วย ความหลงใหลและคลั่งไคล้ในดนตรีโปรเกรสสีฟ ไซคีเดลิก ฮาร์ดร็อค โฟล์ค และฟิวชั่นแจ๊สยุค 70s อย่างโงหัวไม่ขึ้นของ Mikael Akerfeldt จึงทำให้เกิดอัลบั้มชุดนี้ขึ้นมา ซึ่งงานนี้ถือว่าเป็นงานตามใจตัวเองของตามิคเคลโดยแท้ เพราะทุกสุ้มเสียงในอัลบั้มล้วนแต่เป็นของวินเทจล้วนๆ และไม่ใช่โปรเกรสสีฟเดธเมทัลอย่างที่คุ้นเคยกัน ซึ่งแน่นอนว่ามีแฟนเพลงหลายๆคนที่ไม่ชอบ อันนี้ผมก็เข้าใจนะครับ แต่โดยส่วนตัวแล้วผมชอบมาก ก็เอาแค่เสียงวินเทจคีย์บอร์ดทั้งเมลโลตรอน แฮมมอนด์ออร์แกน และ Fender Rhodes ที่ถูกขนมาใช้อย่างเต็มที่นี่ก็ทำเอาผมแทบคลั่งแล้วครับ ส่วนโครงสร้างดนตรีนั้นอาจทำให้นึกถึงวงนั้นวงนี้มากมายทั้ง King Crimson, Genesis, Camel, Uriah Heep ไปจนถึง Weather Report นู่น แต่ผลลัพท์ที่ออกมาก็ฟังดูลงตัวดี

 ...ก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าพี่แกจะทำดนตรีแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆหรือเปล่า แต่ผมก็ไม่มีปัญหาหรอกนะครับ เชิญทำต่อไปได้ามสบายเลย!

Issa - Sign of Angels

Genre: Melodic Hard Rock

Released Date : 24 September

ผลงานชุดแรกจากนักร้องสาวนาม Issa อาจจะไม่ใช่งานที่ถูกโฉลกเหล่าเมทัลเฮดหนักกะโหลก แต่ในอัลบัมชุดที่สอง เธอก็ทำการบ้านมากขึ้น ด้วยดนตรี เมโลดิกฮาร์ดร็อคเพราะๆ ผนวกพลังเสียงแบบนักร้องเพลงป๊อป และเมโลดีติดหู แต่ละเพลงสามารถตัดออกมาเป็นซิงเกิลได้สบาย ถ้าชอบงานเมโลดิกร็อคที่มีเมโลดีทรงพลัง ลองหางานของเธอฟังดูครับ นับเป็นผลผลิตจากค่าย Frontiers ที่ดีมากๆหนึ่งอัลบัมของปี 2011

Mastodon – The Hunter

Genre: Progressive Groove / Sludge Metal

Released Date : 27 September

แม้ว่างานชุดนี้จะเปิดตัวอย่างเงียบๆ เพราะโดนกระแสงานใหม่ของ Dream Theater และ Opeth กลบหมด แต่งานชุดนี้พวกเขาก็เรียกบรรยากาศที่เข้มข้นแบบชุดก่อนๆกลับมาได้อีกครั้ง ซึ่งน่าจะเรียกแฟนเก่าๆกลับมาได้โขทีเดียว แถมปีนี้พวกเขาก็ได้เข้าชิงรางวัลแกรมมี่ในสาขาฮาร์ดร็อค/เมทัลอีกด้วย คงต้องมาลุ้นกันละว่าพวกเขาจะได้หรือไม่

Fuck the Facts - Die Miserable

Genre: Grindcore / Progressive / Experimental

Released Date : 11 October

ปกติ แล้วผมจะชอบโอลด์สกูลไกรนด์คอร์ดิบๆห้วนๆมากกว่านะ แต่ผลงานของ Fuck the Facts นี่ต้องยกเว้นหน่อย เพราะพวกเขา (และเธอ) มีซาวนด์เป็นของตัวของตัวเองมาก โดยเฉพาะงานชุดใหม่นี้ ที่จะว่าเป็นแมธคอร์มันก็ไม่ใช่ เพราะไม่ได้อลหม่านหรืออัดกันหัวทิ่มขนาดนั้น แต่มันก็มีความล้ำลึกอยู่พอตัว อธิบายยากครับ ลองฟังดูเลยดีกว่า

Immolation – Providence (EP) 

Genre: Death Metal

Released Date : 11 October

เพิ่งออกอัลบั้มเต็มที่คุณภาพคับแก้วไปเมื่อปีที่แล้ว แต่เดธเมตัลระดับตำนานจากนิวยอร์คอย่าง Immolation ไม่ยอมหยุดการทำลายล้างลงง่ายๆ โดยส่งอีพีที่มีชื่อว่า Providence กับห้าเพลงยาว 20 นาทีที่แม้จะไม่ได้ฉีกแนวไปจากเดิมเท่าไรแต่นั่นคือสิ่งที่เหล่าสาวกของวงไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน แต่ละเพลงอุดมไปด้วยริฟฟ์หม่นมืดที่เดินหน้าบดขยี้ได้อย่างหนักแน่น ภาคริธึมที่แข็งแกร่งดั่งหินผา เสียงสำรอกสุดโหดที่ไม่เคยลดราวาศอก รวมไปถึงลูกโซโลปลิดวิญญาณที่ยังคงเฉียบคมไร้ที่ติ ซึ่งตัวดนตรีเข้ากับภาพปกรูปฝูงยานบินจากนรกที่พร้อมถาโถมจู่โจมเหล่าศัตรูที่หมายจะมาขวางหน้าให้ราบคาบเป็นหน้ากลอง


Marionette - Nerve

Genre: Melodic Death Metal

Release Date: 14 November

เมโลดิกเดธน้องใหม่จากโกเธนเบิร์กที่มีซาวนด์สวยงามแต่ก็เล่นได้อย่างโหดเหี้ยม เมามันเช่นกัน ถึงแม้จะไม่มีอะไรแปลกใหม่หวือหวา แต่ก็เป็นงานที่สามารถมัดใจแฟนๆดนตรีแขนงนี้ได้อย่างอยู่หมัดเลยก็ว่าได้

Royz - Revolution To The New Age

Genre: J-Rock/Visual Kei

Release Date: 30 November

อัลบัมแรกของวงเจร็อคที่สร้างชื่อขึ้นมาอย่างรวดเร็ว งานนี้รวมซิงเกิลฮิตที่เคยปล่อยออกมาไว้อย่างครบครัน รวมถึงเพลงใหม่ๆก็ล้วนคุณภาพเช่นกัน ซาวนด์ของพวกเขาจัดว่าตลาดมากแถมยังมีการเอาเครื่องสายและซินธ์มามีส่วนร่วมกับเพลง สร้างความงดงามแห่งสุ้มเสียงได้อย่างลงตัว

Nightwish - Imaginaerum 

Genre: Symphonic Metal

Released Date : 30 November

ผลงานชุดล่าสุดของหัวแถวจากฟินแลนด์ที่ยังคงเดินหน้าประสบความสำเร็จแบบที่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้ง แม้จะเสียงนักร้องนำที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของวงไป แต่พวกเขาก็กลับมายืนหยัดได้ใหม่และแสดงให้โลกเห็นว่า Nightwish จะยังคงแข็งแกร่งแม้จะขาดนักร้องนำร่างท้วมนาม Tarja ก็ตาม ใน Imaginaerum พวกเขาอาจหาญในการทำงานแบบคอนเซปอัลบัมเกี่ยวกับนักแต่งเพลงที่สูญเสียความทรงจำ โปรดักชันในอัลบัมอลังการ คมกริบ เป็นงานที่แสดงให้เราเห็นว่าพวกเขาไม่กลัวที่จะเสี่ยงและเดินหน้าไปสู่สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา นอกจากนี้คอนเซปของ Imaginaerum ยังถูกนำไปสร้างภาพยนตร์ที่กำลังจะออกฉายในช่วงต้นปี 2012 ด้วย

Comment

Comment:

Tweet

ไม่มี nemesea เหรอคะ :3

#3 By oOvievvOo on 2012-01-16 10:53

เยี่ยมค้าบ

#2 By 666 (58.9.32.132) on 2012-01-07 23:55

ไม่มี Liturgy เหรอครับ :3

#1 By Siwawuth on 2012-01-07 16:17

Recommend