Epica

posted on 09 Mar 2012 14:47 by rebirthera in Band-of-the-Week
 
อีกหนึ่งอัลบัมที่ทุกคนรอคอย หลังจากเสร็จสิ้นจากการทำไซด์โปรเจคอย่าง Mayan เหล่า Epica ก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อออกอัลบัมใหม่ Requiem for the Indifferent ที่เพื่อนๆคงได้ฟังกันไปแล้วและเชื่อว่านี่คืออัลบัมที่ดีที่สุดของพวกเขาเป็นแน่แท้ เรามาพุดคุยกับ Isaac Delahaye มือกีตาร์ของวงถึงเีรื่องราวในอัลบัมนี้กันครับ 
 
Q : ช่วยเล่าถึงการทำงานในอัลบัมชุดนี้หน่อยครับ มันใช้เวลานานมั้ยกว่าทุกอย่างจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างได้
 
Isaac : เดียวผมจะอธิบายขั้นตอนการทำงานของเรานะ เราเริ่มเขียนเพลงจากที่บ้าน โดยแต่ละคนก็จะเขียนในส่วนที่พวกเขามีไอเดียและส่งให้กับเพื่อนสมาชิกคนอื่่นได้แก้ไขหรือเสริมแต่งกันต่อไป ดังนั้นขั้นตอนแรกในการทำงานของ Epica ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน อย่างผมเริ่มเขียนวัตถุดิบใหม่ตั้งแต่ตอนที่เราเสร็จจากการทำอัลบัม Design Your Universe เวลาส่วนมากกับเพื่อนๆในวงเราก็หมดไปกับการออกทัวร์เสียมากกว่า และเมื่อกลับมาถึงบ้านผมถึงมีเวลาและไอเดียที่จะเขียนริฟฟ์ต่างๆขึ้นมา อย่างในชุดนี้ Mark (กีตาร์) มีส่วนในการเขียนเพลงถึง 8 เพลงด้วยกัน ส่วน Coen (คีย์บอร์ด) กับผม ก็เขียนกันคนละ 2 เพลง และเมื่อเขียนเสร็จผมก็ส่งให้เพื่อนๆลองฟังกันดู อย่างผมกับ Mark เราเป็นมือกีตาร์ทั้งคู่ ดังนั้นการทำงานของเราก็จะเริ่มจากริฟฟ์ขึ้นมาก่อน จากนั้นก็อาจจะต่อเติมพวกเมโลดีหรือเทคนิค บางครั้ง Mark ก็เขียนในส่วนที่เป็นออเครสตราขึ้นมาด้วย เราแชร์ความเห็นกันว่าควรปรับอะไรบ้างตรงไหน ซึ่งทุกอย่างก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างกันในช่วงเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว จนถึงกันยายนเราจึงบันทึกเสียงวัตถุดิบที่มีอยู่จนทุกอย่างเสร็จก่อนปีใหม่พอดี ดังนั้นผมจึงบอกว่าเรามีทุกอย่างไว้ในมือหมดแล้ว การเข้าสตูดิโอสำหรับเราก้เพื่อการบันทึกเสียงเท่านั้นแหละ
 
Q : การที่ Epica มีสมาชิกถึง 6 คน กอปรกับการทำงานลักษณะนี้มันวุ่นวายมั้ยครับ ในเมื่อแต่ละคนก็จะมีความคิดเห็นต่างๆกันออกไป 
 
Isaac : ก็มีบ้างแหละ แต่มันก็ไม่เกี่ยวหรอกว่าคนในวงเยอะหรือน้อย วงที่มี 4 คนเองก็อาจจะประสบปัญหาเช่นเดียวกันก็ได้ ปกติเราใช้ระบบโหวดกันน่ะ แต่ถ้าครั้งไหนผลการโหวดเสมอกัน 3 ต่อ 3 เราจะให้สิทธิคนที่เป็นเ้จ้าของเพลงนั้นในการตัดสินใจ ว่าจะทำยังไงต่อไป แต่เคสแบบนี้มันไม่ค่อยเกิดขึ้นหรอกนะ สมาชิกในวงเราไม่ใช่เพื่อนเก่าแก่ที่โตมาด้วยกัน เราไม่ได้อาศัยอยู่ในระแวกเดียวกัน หรือไม่ได้อยู่ในประเทศเดียวกันด้วยซ้ำ มันเหมือนกับว่าคุณต้องไว้ใจซึ่งกันและกันน่ะ บางครั้งเรามีปัญหากันภายในวง ซึ่งบางครั้งมันก็ไม่เกี่ยวกับดนตรีเพียงอย่างเดียว อาจจะเป็นปัญหาเล็กๆที่คุณคิดว่าเป็นเรื่องงี่เง่าด้วยซ้ำ ขนาด Sascha โปรดิวเซอร์ของเรายังบอกเลยว่า "เฮ้ย ไม่เอาน่า มันเรื่องเล็กๆเอง" แต่สุดท้ายเรื่องปัญหาภายในวงมันก็จบลงทุกทีและมันก็ทำให้เราเติบโตขึ้นอีก เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายในวงเรา ซึ่งบางทีคนอื่นก็ไม่มีใครเคยรู้มาก่อนนะ
 
 
Q : คุณยังใช้บริการของ Sascha ในตำแหน่งโปรดิวเซอร์ใช่มั้ย 
 
Isaac : ใช่ Sascha เป็นตัวไฟนอลที่ดีที่สุดของเรา เรามักส่งวัตถุดิบที่เรามีไปให้เขาตลอด เพราะเราเชื่อใจในหูของเขา อะไรที่เขาบอกว่า "เพลงนี้มันไม่น่าจะอยู่ในอัลบัม" นั่นก็คือ ไม่สำหรับเรา ซึ่งปกติเราก็มักเขียนเพลงไว้เยอะกว่าจำนวนเพลงจริงที่อยู่ในอัลบัมอยู่แล้ว บางครั้งเขาบอกว่า "เพลงนี้มันยาวเกินไป" เราก็จะตัดออก ด้วยความที่ว่าเขาเป็นคนนอก ดังนั้นเขาก็มักมีไอเดียหรือความคิดที่คนในวงมองไม่ออก และสิ่งที่ Sascha เสนอแนะเรานั้นก็เจ๋งมากๆด้วย นั่นแหละคือเหตุผลที่เราัยังคงใช้บริการเขามาเรื่อยมา และทีมงานที่ทำในอัลบัมชุดนี้ก็ยังคงเป็นทีมของ Gate Studio (สตูดิโอของ Sascha) อยู่เหมือนเดิม นอกจาก Sascha แล้วก็ัยังมี Miro ที่ช่วยเราได้มากในส่วนของพาร์ทออเครสตรา มันเหมือนกับว่าเรามีสตูดิโอและซาวนด์เฉพาะทางของเราเอง และก็ไม่ใช่แค่ Epica ที่ชื่นชอบพวกเขา วงอย่าง Kamelot เองก็ยังคงใช้บริการ Sascha อยู่เสมอ และก็เป็นพวกเขานี่แหละที่แนะนำให้เราทำงานกับ Sascha วงอย่าง Rhapsody ก็ใช้บริการเขาอยู่เสมอ เพราะพวกเขามีทีมที่เจ๋งจริง
 
Q : เท่าที่ผมทราบมา รู้สึกว่าอัลบัมนี้ถูกผลิตออกมาหลายเวอร์ชันมากๆ นี่เป็นไอเดียของพวกคุณหรือเปล่าที่จะทำออกมาเยอะแยะขนาดนั้น 
 
Isaac : ใช่ ส่วนนึงมันก็เป็นไอเดียของเราเอง อย่างที่ผมบอกแหละ เรามีเพลงเก็บไว้เยอะกว่าที่มีอยู่จริงในอัลบัม ดังนั้นเราจึงเอาเพลงที่ไม่ได้อยู่ในอัลบัมมาทำเป็นโบนัสแทรคใส่ลงไปในซีดีเวอร์ชันต่างๆ คือเพลงเหล่านั้นมันไม่ใ่ชว่าเป็นเพลงที่ไม่ดีนะ เพียงแต่ว่าอาจจะไม่เหมาะถ้าจะใส่ไว้รวมกับเพลงอื่นในอัลบัม ซึ่งทางฝ่ายการตลาดของ Nuclear Blast ก็เห็นในส่วนนี้เขาก็เลยผลิตออกมาหลายเวอร์ชันเพื่อเป็นสิ่งกระตุ้นให้แฟนๆซื้อมันน่ะ
 
 
Q : ผมก็เข้าใจนะ เพราะว่าเดียวนี้คนรุ่นใหม่ก็ไม่ค่อยซื้อซีดีกันแล้ว
 
Isaac : ก็แบบนั้นแหละ ผมก็หวังว่าการมีโบนัสแทรคมันจะช่วยให้ยอดขายงานของเราดีขึ้นบ้างนะ ฮ่าๆ มันมีอยู่เพลงหนึ่งคือ Deter the Tyrant ที่เราทำออกมา 2 เวอร์ชันคือ เวอร์ชันที่ Simons ร้องในท่อนฮุคและเวอร์ชันที่ Mark สำรอกแทน ความจริงแล้วผมเขียนเพลงนี้ขึ้นมาเพื่อให้ Simons ร้องมากกว่า และผมก็ไม่ค่อยชอบท่อนที่ Mark สำรอกในเพลงนี้เท่าไหร่ เพียงแต่ว่ามันฟังดูแปลกใหม่ เราเลยตัดสินใจทำออกมา 2 เวอร์ชัน นอกจากนี้ก็ยังมีเพลง Twin Flames ที่มีเวอร์ชันออเครสตรา และเวอร์ชันปกติ ซึ่งตรงนี้มันก็สะดวกเลยสำหรบทาง Nuclear Blast ที่เขาจะใส่มันไว้ในซีดีหลายๆเวอร์ชัน โดยเพิ่มนั่นเพิ่มนี่เข้าไป คือมันเป็นเรื่องของการตลาดน่ะ
 
Q : อันนี้ คงมีคนถามแล้ว แต่ผมก็ยังอยากถามนะ คือการมีสมาชิกเป็นผู้หญิงในวงเพียงคนเดียวมันสร้างความอดอัดให้กับคนในวงหรือตัวเํธอมั้ยครับ เวลาที่พวกคุณต้่องทัวร์ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลา
 
Isaac : สำหรับผมมันก็แปลกๆในช่วงแรกแหละ เพราะผมโตมากับแวดวงเดธเมทัลที่ประชากรส่วนใหญ่มีแต่ผู้ชาย Simons เองก็มีบุคลิกที่เข้ากับเราทุกคนได้ด้วย อาจจะเพราะเํธอเองก็เติบโตมากับแวดวงนี้และเรียนรู้ที่จะอยู฿่ในแวดวงที่มีแต่ผู้ชายได้ดีด้วย ตอนที่เธอร่วมงานกับ Epica ตอนนั้นเธออายุแค่ 17 ปีเท่านั้นเองนะ และตอนนี้เวลาก็ผ่านมาแล้ว 10 ปี ผมว่าเธอเองคงเริ่มชิน และเอาจริงๆกฎการอยู่ร่วมกันของเราก็มีไม่กี่ข้อเท่านั้น อย่างเรื่องสูบบุหรี่ที่เป็นข้อห้ามของสมาชิกวงเราทั้งบนรถทัวร์ หลังเวที หรือบนเวที จนตอนนี้ผมก็เลิกสูบบุหรี่ไปแล้ว ฮ่าๆ อีกอย่างเธอเองก็ไม่ใช่พวกที่ชอบปาร์ตีด้วย เนื่องจากต้องดูแลเีสียงตลอดในฐานะนักร้องของวง
 

 
Q : ในฐานะที่คุณกับ Yves (เบส) มาจากเบลเยียม ดังนั้นช่วยเล่าเรื่องแวดวงเมทัลในเบลเยี่ยมหน่อยสิ
 
Isaac : ฮ่าๆ ผมก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าคุณรู้เรื่องราวเกี่ยวกับประเทศเบลเยียมมากน้อยแค่ไหน แต่แวดวงมันแบ่งออกมาเป็น 2 ส่วนคือ ตอนเหนือ (Flemish) และตอนใต้ (Wallonia) ซึ่งทางตอนใต้พวกเขาจะพูดกันเป็นภาษาฝรังเศส ดังนั้นประเทศก็เหมือนจะแบ่งเป็นสองอยู่แล้ว เราเป็นประเทศเล็กๆที่มีแวดวงที่เล็กมาก ผมมาจากทางตอนเหนือ ซึ่งก็มีวงแบบ Channel Zero ที่เคยประสบความสำเร็จมากๆในช่วงยุค 90's แต่น่าเสียดายที่ยุบวงไปแล้วล่ะ เพลงของพวกเขาเคยถูกเปิดออกวิทยุแทบทุกวัน เหมือนตอนนี้เขาจะกลับมารวมกันใหม่แล้วนะ แล้วก็มีวงอย่าง Aborted ที่มาจากเบลเยียม แต่เหมือนสมาชิกของวงจะมาจากฝรังเศสกับอิสราเอลนะ ผมรู้สึกนะว่านักดนตรีชาวเบลเยียมส่วนมากมักไปทำวงกับคนจากประเทศอื่นมากกว่า ดูตัวอย่างมือกลองของ Soilwork สิ นั่นเขาก็เป็นคนเบลเยียมนะ คือวงดนตรีเดียวนี้ผมว่ามันผสมกันมั่วไปหมดแล้วล่ะ วงดนตรีวงนึงอาจจะมีสมาชิกมาจากคนละประเทศเลยมันก็มีให้เห็นอยู่เยอะจะตาย ฮ่าๆ
 
Q : กลับมาที่เราคุยกันตอนแรกนะ คุณคิดว่าเทคโนโลยีมีส่วนสำคัญกับการเขียนเพลงของนักดนตรีในยุคปัจจุบันมากน้อยแค่ไหนครับ 
 
Isaac : ผมว่าเยอะมากนะ อย่างสองอัลบัมล่าสุด เราก็ใช้วิธีส่งไฟล์กันตลอด ทั้งที่ตัวของเราอยู่กันคนละประเทศ หรือทำไปในขณะที่เราออกทัวร์ก็ยังได้ คือถ้าเป็นเมื่อก่อนกระบวนการแบบนี้มันไม่สามารถทำได้เลย คุณไม่สามารถออกทัวร์ได้ตราบใดที่งานในสตูดิโอยังไม่เสร็จ แต่ทุกวันนี้ทุกคนมีโน็ตบุครวมทั้งอินเตอร์เน็ตที่สามารถส่งข้อมูลกันได้ตลอด ดังนั้นผมว่าเทคโนโลยีมีส่วนกับการเขียนเพลงอย่างมากเลย
 

 
Q : ช่วยเล่าถึงที่มาของชื่ออัลบัม Requiem for the Indifferent หน่อยครับ
 
Isaac : ก่อนที่จะออกมาเป็นชื่อนี้ เราก็เปลีี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่หลายครั้งครับ Serenade of Self-Destruction ก็เกือบจะได้เป็นชื่อของอัลบัมนี้แล้ว ้เราต้องการชื่ออัลบัมที่สื่อถึงคอนเซปของอัลบัมนี้ที่ต้องการสะกิดผู้คนให้ตระหนักถึงสถุานการณ์ของโลกในทกวันนี้ ว่ามันเลวร้ายแค่ไหน โอเค ผมไม่ได้เชื่อหรอกนะว่าเราสามารถทำให้โลกนี้เต็มไปด้วยความรักและสันติภาพได้จริงๆ แค่ขอให้ทุกอย่างมันสมดุลกันมากกว่าที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ก็พอ
 
Q : ช่วยพูดถึงทัวร์สนับสนุนอัลบัมนี้นิดหน่อยครับ คุณมีแผนจะไปที่ไหนบ้างมั้ย
 
Isaac : เราจะเริ่มทัวร์ยุโรปก่อนครับ แล้วจากนั้นก็จะไปทางอเมริกาและอเมริกาใต้
 
Q : สุดท้ายแล้ว มีอะไรจะพูดถึงแฟนๆมั้ยครับ
 
Issac : ก็ขอขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนอัีลบัมนี้แล้วเจอกันที่โชว์ครับ 
 

Comment

Comment:

Tweet

Recommend